เมื่อครู่ต่อให้เป็นหวังฉีทะเล่อทะล่าไปเหมือนเดิม แต่ถ้าเขาใช้ปฐมเวทย์กลืนกินเสริมพลังไว้ก่อน อีกฝ่ายก็คงไม่ตาย!
“ว่าแล้ว”
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน จางยี่ก็ยืนยันข้อสันนิษฐานได้ แต่มันก็ไม่อาจรู้เลยว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมดของต้วนหลิงเทียน
‘มัน…มันเป็นแค่ครึ่งก้าวเซียนอมตะจากระนาบโลกียะขนาดย่อมจริงๆหรือ?’
สายตาที่หลิ่วเสวียใช้มองต้วนหลิงเทียนยิ่งมาก็ยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
“อ่าว ไม่มีทางไปแล้วหรือ?”
ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนพลันตระหนักว่า อาคมที่คร่าชีวิตหวังฉีไปสมควรเป็นอาคมสุดท้ายของบททดสอบ และพอผ่านเข้ามาถึงที่นี่ เขาก็ไม่พบหนทางใดอีก ข้างหน้าทั้งโดยรอบมีแต่ผนังผา!
“รีบมองหากลไกลับเข้าเถอะ…ที่นี่ต้องมีมรดกของต้าหลัวจินเซียนหรือไม่ก็เบาะแสซ่อนอยู่แน่!”
หลิ่วเสวียที่ตระหนักได้เหมือนกันว่าตอนนี้ในหุบเขาสมควรไม่เหลือบททดสอบอะไรแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นยินดีขึ้นมา
“อย่างไรอาคมสังหารสุดท้ายเมื่อครู่ รวมถึงอาคมอื่นๆในด่านที่แล้วก็ยากเย็นเหลือเกิน!”
“สมบัติสถานที่มีบททดสอบหฤโหดแบบนี้ อย่างไรก็ต้องมีของดีซุกซ่อนไว้แน่นอน!”
หลิ่วเสวียกล่าวความคิดของตัวเองออกมา
“มีแน่ แค่เราไม่รู้ว่ามันซ่อนอยู่ตรงไหนเท่านั้น!”
จางยี่เองก็เห็นด้วยกับหลิ่วเสวียที่นี่มีบททดสอบยากเย็นเกินไป!
มีเพียงต้วนหลิงเทียนเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่ได้คิดแบบนั้น ‘มันจะใช่แบบนั้นแน่เหรอ?’