ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ผู้คนในระนาบนั้นๆก็ล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของทางเข้าแดนลับต่างสวรรค์มากขึ้น ไม่นานหนทางเข้าออกแดนลับต่างสวรรค์ก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรต่อไป
และเมื่อพวกมันทราบตำแหน่งที่ตั้งแล้ว พอพบว่าทางเข้าออกถูกผนึกยังไม่เปิด พวกมันก็เพียงทิ้งตราประทับหรือกลวิธีบางประการเอาไว้เพื่อแจ้งเตือนยามที่มันเปิดออก…
“ไปกันเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนมองหุบเขาเบื้องล่างเล็กน้อย ค่อยหันไปกล่าวกับจางยี่
สำหรับหวังฉีกับหลิ่วเสวียนั้นเขาไม่เหลือบแลอะไร
“เอาสิ”
จางยี่พยักหน้าค่อยหันไปมองชวนหวังฉีกับหลิ่วเสวียข้างๆ “หวังฉี หลิ่วเสวีย พวกเราไปกัน”
หวังฉีกับหลิ่วเสวียรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้างเมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนไม่แม้แต่จะชายตาแลมาเพื่อชักชวน ทว่าพอได้ยินคำชวนของจางยี่พวกมันก็เร่งหันไปมองจางยี่พลางพยักหน้า แล้วติดตามมาทันที
พริบตาทั้ง 4 ร่างก็จมหายไปในม่านหมอกของหุบเขาเบื้องล่าง
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆ กำลังล่วงล้ำเข้าสู่ม่านหมอกที่ปิดกั้นเซียนอมตะเสเพลนั้น
ที่ไหนสักแห่งของแดนลับต่างสวรรค์ ร่างชายชราที่กำลังเหินร่างข้ามพื้นที่ทะเลทรายพลันชะงักกลางหาว สีหน้ายังเปลี่ยนไปทันที
วูบ!
ขณะที่ชายชราชะงักร่างกลางหาวแล้ว มันก็ไม่รอช้าอะไรเร่งสะบัดมือ ก่อนปรากฏเศษแตกหักกองหนึ่งปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ เป็นกองไข่มุกวิญญาณที่แตกสลาย!
“นี่มัน…ไข่มุกวิญญาณของหรงปัว!!”