ต้องทราบด้วยว่าในชาติที่แล้วตอนที่อยู่ในโลกเก่านั้น ผู้คนในประเทศของเขาล้วนถูกเรียกขานว่า “ลูกหลานเหยียนหวง”
ยิ่งไปกว่านั้นจากที่ผู้เฒ่าหั่วเคยบอก ตัวผู้เฒ่าหั่วเองก็มีต้นกำเนิดมาจากดาวเหยียนหวง!
ดังนั้นทันทีที่ได้รู้ว่าจางยี่มาจากระนาบเหยียนหวง สิ่งแรกที่เขาสงสัยก็คือ…จางยี่ใช่รู้จักดาวเหยียนหวงด้วยหรือไม่?
ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าเรื่องราวมันบังเอิญเกินไป และระนาบเหยียนหวงอาจไม่เกี่ยวข้องกับดาวเหยียนหวง เพียงแค่ชื่อมันเหมือนกันเฉยๆเท่านั้น…
ทว่าพอได้ยินคำเหยียนหวง เขาก็ไม่อาจเฉยอยู่ได้ จำต้องกล่าวถามออกมาให้แน่ชัด
“ใช่”
จางยี่ที่เห็นต้วนหลิงเทียนคล้ายจะตื่นเต้นแปลกๆ แม้มันจะไม่รู้ว่าไฉนต้วนหลิงเทียนถึงเป็นแบบนี้ แต่มันก็ตระหนักได้รางๆ “ทำไมหรือต้วนหลิงเทียน หรือว่าเจ้าเคยได้ยินเรื่องระนาบเหยียนหวงของข้ามาก่อน?”
“จางยี่…แล้วเจ้ารู้จักดาวเหยียนหวงหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนไม่ตอบ เพียงยิงคำถามนี้ออกไปถามจางยี่ต่อทันที ท่าทางยังทำราวกับคิดรักษาม้าตายดุจม้าเป็น…
(รักษาม้าตายดุจม้าเป็น อุปมาว่า แม้จะรู้ดีว่าไร้หนทางแล้ว แต่ก็ทำได้แค่ดันทุรังไปต่อแม้ความหวังจะริบหรี่เต็มที)
กล่าวได้ว่าแม้ในใจเขายังคิดว่าคงยากที่จะมีเรื่องบังเอิญพรรค์นี้ในโลก ทว่าก็อดถามออกไปไม่ได้
“ดาวเหยียนหวง!”