เค่อเอ๋อพยักหน้าขานรับ “ขอท่านระวังให้มาก”
“อื้อ”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าตอบคำ เขาก็ไม่ทันสังเกตเลย
ว่าลึกลงไปในแววตาเค่อเอ๋อพลันเผยประกายลี้ลับหนึ่งเรืองวาบขึ้นมา อย่างสุดที่ผู้คนจะไม่สงสัยได้
เพราะราวกับนางมีความคิดบางประการ และความคิดดังกล่าวเพียงวูบขึ้นในหัวนางชั่วแล่นก็ทำให้นางตื่นเต้นนัก…
“ซือหลิงพ่อไม่อยู่ ลูกก็อย่าได้ซุกซนมากนักเล่า อย่าให้แม่เจ้าต้องเหนื่อยรู้ไหม…”
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองต้วนซือหลิงพลางกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“ท่านพ่ออ่า…ซือหลิงโตแล้วนะ มิใช่เด็กน้อยอีกแล้ว! ไฉนท่านพ่อต้องกล่าวราวกับซือหลิงเป็นเด็กมิรู้ความเล่า…ซือหลิงมิชอบเลย”
ต้วนซือหลิงขมวดคิ้วหน้ามุ่ยกล่าวออกมาอย่างไม่ยอมรับ
“ฮ่าๆๆ”
ทันใดนั้นผู้เฒ่าพยากรณ์กับชิงหั่วก็อดหัวเราะร่าไม่ได้
กระทั่งผู้สืบทอดความลับสวรรค์อย่างมู่อีอีก็ไม่อาจห้ามยิ้มมิให้คลี่กาง
“หึ ในสายตาพ่อให้ผ่านไปอีกสิบปี เจ้าก็ยังเป็นเด็กอยู่ดีนั่นล่ะ…”
ต้วนหลิงเทียนพอหายอึ้งจากคำแย้ง ก็ยิ้มทั้งกล่าวสวนออกไปด้ววยท่าทางขึงขังไม่น้อย
“เฉวี่ยไน่ เทียนหวู่ ศิษย์น้องอีอี…”
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็หันไปกล่าวทักสตรีทั้ง 3“ถึงพวกเราจะเข้าไปไล่เลี่ยกัน…แต่เรื่องที่จะเกิดหลังเข้าไปแล้วข้าเองก็ไม่อาจบอกได้ เผลอๆหลังเข้าไปพวกเราอาจไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกันด้วยซ้ำ…”