และในขณะที่หานเฉวี่ยไน่มองไปยังผู้สืบทอดความลับสวรรค์ ในแววตางามดั่งสารทฤดูของนางก็แฝงไว้ด้วยความเคารพนับถือ ราวกับนางยกมู่อีอีเป็นแบบอย่างของนาง
หลังได้รับการสะกิดจากหานเฉวี่ยไน่ ต้วนหลิงเทียนก็ฟื้นความรู้สึกกลับมา จึงหันไปมองมู่อีอีพักหนึ่งค่อยกล่าวออก “ขออภัยด้วยศิษย์น้องมู่อีอี…พอดีข้ารู้สึกว่าในร่างเจ้ากลับมีกลิ่นอายที่ข้าคุ้นเคยเล็กน้อย…”
ก่อนที่มู่อีอีจะกลับมา ต้วนหลิงเทียนก็ได้ยินผู้เฒ่าพยากรณ์กล่าวถึงนางมากกว่าหนึ่งครั้ง เขาจึงได้รู้ว่านางเป็นผู้บำเพ็ญเต๋ากบฏสวรรค์ที่หาได้ยากในรอบหมื่นปี พลังอำนาจของนางเรียกว่าร้ายกาจจนเป็นรองแค่เขาแค่คนเดียวในบรรดา 7 ทวาราเที่ยงแท้!
นอกจากนี้เมื่อไม่นานมานี้มู่อีอีก็ได้ใช้คำสาปกบฏสวรรค์สังหารประมุขเผ่ามังกรไป เรียกว่าพอเขาได้ยินเรื่องนี้เขาก็รู้สึกสะใจไม่น้อย จึงบังเกิดความประทับใจในตัวมู่อีอีตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า…
“แล้วท่านจดจำได้หรือไม่…ว่าท่านเคยพบกลิ่นอายนี้ที่ใด?”
มู่อีอีไม่ถือเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนเหม่อไปจนเสียมารยาท เพียงกล่าวถามต้วนหลิงเทียนออกมาคำหนึ่ง ทำให้ต้วนหลิงเทียนนิ่งคิดไปอีกครั้ง
เขาเคยเจอที่ไหนกันนะ? เจ้าของกลิ่นอายคุ้นๆนั่น?
ฟืด!
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆคราหนึ่ง เมื่อตระหนักได้แล้วว่าเขาเคยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแบบนี้ที่ไหน
เมืองคงหมิง…ชิวมู่ชิง!