“พี่ใหญ่ต้วน อาจารย์ลุงพยากรณ์เคยบอกข้าไว้ว่า…ขอเพียงท่านได้เข้าสู่แดนลับเซียนกระบี่ ตราบใดที่โชควาสนาของท่านมิเลวร้ายเกินไป และสามารถได้รับสืบทอดมรดกของผู้อาวุโสฟงชิงหยาง ต่อให้พลังฝีมือท่านมิอาจเทียบอาวุโสได้แต่ก็มิน่าจะด้อยกว่ากันมาก…”
วันนั้นคำพูดประโยคด้านบนของเฟิ่งเทียนหวู่ ได้กระตุ้นให้เขาบังเกิดความรู้สึกสนใจใน ‘แดนลับเซียนกระบี่’ ที่ว่าอย่างถึงที่สุด!
ต่อมาหลังจากที่เดินทางมาถึงฐานที่มั่นชั่วคราวของ 7 ทวาราเที่ยงแท้ในแดนเหนือแห่งนี้ และได้พบกับผู้เฒ่าพยากรณ์ ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้บอกกล่าวอะไรแก่เขาเลย…
ทำให้เขาเองหลังจากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่กับภรรยาและลูกสาวมาเกือบทั้งเดือนชักทนความอยากรู้ไม่ค่อยไหว ยังคิดว่าจะลองถามอีกฝ่ายเรื่องนี้ดูในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้
แต่เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะเป็นผู้เฒ่าพยากกรณ์ที่เป็นฝ่ายมาหาเขาก่อน และนำเรื่องนี้มาบอกต่อเขาด้วยตัวเอง
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนจึงตั้งอกตั้งใจรอฟังเรื่องที่ชายชราจะกล่าวนัก
“แดนลับเซียนกระบี่ที่ว่าก็คือ…”
หลังจากนั้นผู้เฒ่าพยากรณ์ก็ค่อยๆเล่าเรื่องราวที่ตัวเองได้รับทราบจากบันทึกเกี่ยวกับแดนลับเซียนกระบี่ ที่ฟงชิงหยางเหลือทิ้งไว้ให้ต้วนหลิงเทียนฟัง…
ขณะกล่าวผู้เฒ่าพยากรณ์ยังพูดด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง ราวกับกำลังเปิดเผยความลับสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น