ตอนนี้เหล่าศิษย์และอาวุโสทั้งหลายของลัทธิบูชาไฟเริ่มรู้สึกว่าต้วนหลิงเทียนกลายเป็นเลอะเลือนขึ้นมาแล้วจริงๆ
“เจ้า…สารเลวน้อยเจ้ากล้าด่าข้า ‘ไอ้โง่’ งั้นหรอ!?”
ในขณะที่เหล่าศิษย์และอาวุโสกำลังสนทนาถึงเรื่องนี้ หลี่ปิงที่เป็นคนถูกด่าถึงกับถลึงตามองต้วนหลิงเทียนอย่างดุร้าย แววตายังเยียบเย็นปานอสรพิษจับจ้องเหยื่อ ราวกับจะแช่ร่างต้วนหลิงเทียนให้เป็นประติมากรรมน้ำแข็ง!
ขณะเดียวกันพลังทั่วร่างของหลี่ปิงก็พุ่งสูงขึ้น มวลพลังที่ปะทุขึ้นมาช่างลุกโชนเสมือนเพลิงไฟ อานุภาพถึงขั้นสะท้านสะเทือนความว่างโดยรอบ!
เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ!
…
รอยแตกเริ่มบังเกิดขึ้นยังความว่างเปล่ารอบกายหลี่ปิง ประหนึ่งอสรพิษตัวเล็กนับร้อยพันเลื้อยวนเวียนอยู่รอบร่างหลี่ปิง ช่วนให้ผู้คนที่แลเห็นอดบังเกิดความขนลุกขึ้นมาไม่ได้!
“ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายกับเจ้า…”
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ตอบคำถามหลี่ปิงแต่อย่างไร หากแต่เลือกจะเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเฉยเมย กล่าวออกเสียงเบา “จงสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าเสีย ว่าจากนี้จวบจนชั่วชีวิตเจ้าจะไม่โผล่หัวมาเหยียบลัทธิบูชาไฟอีก…จากนั้นก็เร่งไสหัวออกจากลัทธิบูชาไฟไปให้พ้นหน้าข้า”
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำนี้ออกมา ทุกผู้คนถึงกับเงียบงันไร้สำเนียง!
กระทั่งหลี่ปิงยังถึงกับตะลึงกับคำพูดของต้วนหลิงเทียน มันยังสงสัยว่าใช่หูมันหลอน จนได้ยินอะไรผิดไปหรือไม่…