ผู้พิทักษ์ชิงหั่วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “นับประสาอะไรกับเซียนอมตะเสเพล เจ้าพวก 2 ลัทธินั่นพวกมันไม่มีแม้กระทั่งครึ่งก้าวเซียนอมตะด้วยซ้ำ…หากพวกมันกล้าลงมือจนทำให้ต้วนหลิงเทียนมีน้ำโหก็เท่ากับรนหาที่ตาย!”
ใน 3 ลัทธิใหญ่ทั้ง 3 ไร้เซียนอมตะเสเพลดำรงอยู่ ไม่ใช่ความลับอะไรของพวกมัน
“กล่าวไปเรื่องนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่ง…ในแดนดินสมควรปรากฏเซียนอมตะเสเพลไม่น้อย แต่ไฉนลัทธิบูชาไฟของเราที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ทำไมกลับมิมีเซียนอมตะเสเพลเลยสักคน?”
เรื่องนี้ผู้พิทักษ์หงอวิ๋นไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ
“ในอดีตข้าเองก็รู้สึกแปลกใจทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้…บรรพชนของลัทธิบูชาไฟเราไม่ทราบมีกี่คนที่ชักนำหายนะทัณฑ์สวรรค์ลงมา ที่ข้ามผ่านสำเร็จก็แล้วไปเพราะล้วนขึ้นสู่ระนาบเทวโลกกันหมด หากแต่เหล่าผู้ที่ล้มเหลวกลับมิมีผู้ใดกลายเป็นเซียนอมตะเสเพลเลย…เพราะยามที่ล้มเหลวร่างทั้งวิญญาณก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสลายกลายเป็นเถ้าธุลีแล้วหายไปกับสายลม…”
ผู้พิทักษ์ชิงหั่วเองก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิดแปลก
“เป็นไปได้หรือไม่…ว่ามีคำสาปอันใดที่สาปแช่งคนของลัทธิบูชาไฟของพวกเรารวมถึงอีก 2 ลัทธิอยู่ ว่าหากล้มเหลวในการข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ก็ถูกลิขิตให้ตกตาย ไร้ความหวังได้รับโอกาสที่ 2 อย่างกลายเป็นเซียนอมตะเสเพล?”