ด้วยเหตุนี้พอได้เห็นศิษย์ของมันอย่างก่านหรูเยี่ยนกลับมาพร้อมต้วนหลิงเทียน ผู้พิทักษ์ชิงหั่วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกวิตกกังวลอย่างหนัก
“ท่านอาจารย์ ขอท่านอย่าได้ห่วงไป…ด้วยมีมันอยู่ทั้งคนข้ามิเป็นอันตรายใดๆแน่!”
อย่างไรก็ตามเมื่อได้ยินเสียงผ่านพลังทั้งตำหนิทั้งห่วงใย ก่านหรูเยี่ยนก็ส่ายหัวไปมาอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน น้ำเสียงยังอ่อนลงราวปลอบประโลม
ปลอบใจผู้พิทักษ์ชิงหั่วให้ไม่ต้องห่วง!
“ผู้พิทักษ์หลิงเทียน?!”
ขณะเดียวกันสายตาของผู้พิทักษ์อีก 3 คนที่เหินร่างออกมาพร้อมชิงหัวอย่าง สื่อเฟิง หงอวิ๋น และเหลิ่งอิงก็หันไปจับจ้องมองต้วนหลิงเทียนเขม็ง
ดูจากสีหน้าแววตาของพวกมัน คล้ายไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่!
ผู้พิทักษ์หลิงเทียน ต่อให้พลังฝีมือเจ้ากล้าแข็งจนเป็นรองก็แต่จ้าวลัทธิเพียงหนึ่งเดียว แต่ดูเหมือนว่ายังมิมีคุณสมบัติใช้น้ำเสียงหยิ่งทะนงเช่นนั้นออกมาต่อหน้าเจ้าลัทธิมิใช่หรือ?
ไม่เพียงเรียกชื่อจ้าวลัทธิห้วนๆ ยังบอกให้ไสหัวออกมาเนี่ยนะ!?
ต่อให้ยังมีฐานะเป็นผู้พิทักษ์ของลัทธิบูชาไฟจนสามารถเพิกเฉยกฏเกณฑ์ต่างๆได้ แต่ก็มิได้หมายความว่าอนุญาตให้ท่านมาอาละวาดเอาแต่ใจ!
“ผู้พิทักษ์หลิงเทียน ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว…”
สุดท้ายก็เป็นชิงหั่วที่กล่าวทักทายออกมา ทำลายบรรยากาศเงียบสงัดแสนอึดอัด
“อ่า”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าเบาๆ