“ผู้ใดสามารถบอกข้าได้บ้าง ว่าที่แท้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!?”
“นั่นสิ มีผู้ใดรู้บ้างว่าที่แท้มีเรื่องอะไรกันแน่ ไฉนผู้พิทักษ์หลิงเทียนถึงเรียกหาท่าน้จาวลัทธิด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวเช่นนั้น…กระทั่งยังประกาศว่าจะออกจากลัทธิบูชาไฟเรา และมิเป็นผู้พิทักษ์ของลัทธิบูชาไฟเราอีกต่อไป!?”
“ข้าไม่ได้ยินข่าวคราวของผู้พิทักษ์หลิงเทียนมาหลายปีแล้ว…มิคาดจริงๆว่าการปรากฏตัวออกมาอีกครั้งกลับทำให้ทั้งลัทธิบูชาไฟเราต้องตกใจครั้งใหญ่…คำ ‘ไม่มีเสียงก็แล้วไป ร้องเพียงครั้งพาลให้ผู้คนตกตะลึง’ กล่าวไม่ผิดจริงๆ!”
(ไม่มีเสียงก็แล้วไป ร้องเพียงครั้งพาลให้ผู้คนตกตะลึง = สำหรับคนเก่งๆที่ปกติไม่ค่อยทำอะไร แต่พอทำอะไรขึ้นมาสักครั้งก็กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต)
…
เรียกว่าตอนนี้เหล่าศิษย์ทั้งอาวุโสหลายต่อหลายคนในลัทธิบูชาไฟขบคิดกันจนหัวแทบแตก แต่พวกมันก็ไม่อาจคิดออกได้ว่าไฉนผู้พิทักษ์หลิงเทียนของพวกมันถึงกระทำแบบนี้!
อย่างไรก็ตามพวกมันมั่นใจได้เรื่องหนึ่ง…
ว่าต้องมีเหตุผลอันใดสักอย่างอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่!
ยิ่งไปกว่านั้น 9 ใน 10 ส่วนสมควรเป็นจ้าวลัทธิบูชาไฟของพวกมันไปทำอะไรให้ผู้พิทักษ์หลิงเทียนไม่พอใจแน่นอน!
หาไม่แล้วคนไหนเลยจะกลายเป็นดุร้ายเกรี้ยวกราด กล่าวเรียกหาด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวให้ไสหัวออกมาแบบนั้น ซ้ำยังประกาศแยกตัวออกจากลัทธิบูชาไฟ ไม่ปงไม่เป็นผู้พิทักษ์อันใดแล้ว!!