คำนี้เสมือนได้เปิดประตูสู่โลกใหม่ให้พวกมันอย่างสิ้นเชิง…
ข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ล้มเหลว ไม่จำเป็นต้องตายเหรอ?
ทันใดนั้นทุกผู้คนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ก็หันไปมองชายวัยกลางคนร่างผอมสูงปานลำไผ่ด้วยสายตาไถ่ถามอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนที่จะมีผู้กล้าเหินออกมาประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมกล่าวถามออกไปว่า
“ใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้…เมื่อครู่ใต้เท้าบอกว่าหากล้มเหลวในการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องตายหรือขอรับ? มิทราบใต้เท้าช่วยสละเวลาอันมีค่าของท่าน เมตตาบอกกล่าวความจริงให้ผู้น้อยผู้โง่เขลารับทราบได้หรือไม่?”
ผู้ที่หาญกล้าออกมากล่าวถามก็ไม่ใช่ใคร เป็นอาลักษณ์ชายวัยกลางคนที่จดจำเฉินอี้หรูอันเป็นตัวตนเมื่อ 5,000 ปีก่อนได้ และหยิบยกคัมภีร์เก่าแก่อันเป็นรายนามยอดเซียนย้อนหลัง 4,000 ปีออกมา!
ถึงแม้ว่าตัวมันเองจะไม่ทันได้รับทราบถึงพลังฝึกปรือของชายวัยกลางคนทั้ง 2 ว่าสูงต่ำเพียงใด เพราะมันพึ่งมาถึงได้ไม่นาน
แต่ในสายตาของมัน
ข้ารับใช้ทั้ง 2 ผู้นี้ ลองสามารถติดตามรับใช้ตัวตนที่มีพลังอำนาจก้าวข้ามขอบเขตครึ่งก้าวเซียนอมตะได้ ย่อมมิใช่สัดใส่ข้าวใช้การมิได้แน่นอน! น่ากลัวว่าพลังฝึกปรือจักสูงล้ำด้วยซ้ำ!!
เช่นนั้นแม้มันจะหาญกกล้าออกมาไถ่ถาม แต่กริยาท่าทางก็นอบน้อมสุภาพเป็นที่สุด ไม่กล้าใช้กริยาหยาบคายแม้แต่น้อย