อย่างไรก็ตาม แม้เผชิญหน้ากับกระบวนท่าดาบ สยบโลกา ที่ฟันฟาดมาของเฉินอี้หรู ต้วนหลิงเทียนที่กางม่านพลังปกป้องสตรีทั้ง 3 และหอบหิ้วร่างทั้ง 3 เอาไว้ไม่ให้ร่วงตกลงไปในรอยแยกที่กว้างลึกประหนึ่งหุบเหว ก็ไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวพลังอำนาจประหนึ่งทำลายล้างได้ทุกสิ่งแม้แต่น้อย ใบหน้ายังคลี่ยิ้มแสยะดูแคลนออกมาบางๆ
ราววกับดาบสยบโลกกานี้ของเฉินอี้หรูไม่ได้อยู่ในสายตาเขาแม้แต่นิดเดียว!
“มา!”
เมื่อเห็นดาบแฝงอำนาจมหาประลัยของเฉินอี้หรูฟาดลงมาด้วยอานุภาพทลายว่างเปล่า ฉีกเปิดรอยแยกจนใกล้เข้ามาทุกขณะ ต้วนหลิงเทียนก็สบถคำออกมาอย่างเฉยชา
และแทบจะพร้อมกันกับที่ต้วนหลิงเทียนสบถคำดังกล่าว
ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! วู้มมม!!
…
รังสีกระบี่สีขาวที่ลอยล่องวนเวียนดั่งมังกรท่องรอบกายต้วนหลิงเทียน ก็เปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมาปานตะวัน!
จากนั้นรังสีกระบี่สว่างไสวทั้งหลายก็พุ่งทะยานขึ้นไปถักทอร้อยเรียงเหนือร่างต้วนหลิงเทียนเพื่อสร้างเกราะป้องกันประหนึ่งตาข่ายฟ้า!
และในกระบวนการก่อตาข่ายมหึมาปานเกราะกำบังนี้ ยามเมื่อรังสีพลังส่องแสงสว่างจ้าพุ่งไปควบรวมถักทอสร้างตาข่าย เส้นทางที่รังสีกระบี่แต่ละเล่มพุ่งผ่านก็ปรากฏรอยแตกคงค้างไว้ในความว่างเปล่า มองไปประหนึ่งอสรพิษสีดำ!
รอยแยกท่ามกลางความว่างเปล่าทั้งหลาย เพียงคงอยู่ไม่นานก็คืนสภาพปิดตัว