“ข้าด้วย…แล้วไม่ใช่แค่หัวใจข้าที่ถูกแช่แข็งนะ บอกตรงๆเมื่อครู่ข้าค้างไปถึงวิญญาณเลย…ยังรู้สึกอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออกจนตายด้วยซ้ำ”
“ไอ้หนุ่มชุดม่วงนั่นมันเป็นผู้ใดกัน? แล้ววพลังฝึกปรือที่แท้บรรลุถึงขอบเขตอันใด…ไฉนแค่กลิ่นอายพลังบางเบาก็เยียบเย็นจนน่ากลัวขนาดนี้ได้…ข้าล่ะขนลุกไม่หาย นี่เกิดเมื่อครู่มันลงมือลงไม้อะไรขึ้นมาจะสะท้านสะเทือนแดนดินเพียงใด?”
…
หลังต้วนหลิงเทียนพาต้วนซือหลิง เค่อเอ๋อ และก่านหรูเยี่ยนออกจากเหลาอาหารไปสักพัก ผู้คนในเหลาก็อดไม่ได้ที่จะพูดคุยกันยกใหญ่
ใบหน้าของพวกมันแต่ละคนยังซีดกลัวไม่หาย
ทว่าทันใดนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งแว่วดังขึ้นมาจากด้านนอกเหลา
“นายท่านของต้องตาพรสวรรค์ของลูกสาวเจ้า ก็นับว่าเป็นพรอันประเสริฐของลูกสาวเจ้าแล้ว…หากเจ้ายังรู้ว่าอะไรมันดีต่อตัว ก็ให้ลูกสาวเจ้าไปคารวะกราบนายท่านของข้าเป็นอาจารย์เสีย!”
เสียงกล่าวเยียบเย็นทั้งคลุ้งกลิ่นดินปืนเช่นนี้ ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้คนในเหลาทันที
ครู่ต่อมาหลายคนในเหลาก็ถึงกับวางตะเกียบทั้งจอกสุรา แล้วรีบลุกออกไปชะเง้อหัวชมดูเรื่องราวนอกหน้าต่างด้วยความอยากรู้ทันที
แน่นอนว่าไม่ใช่ผู้ที่มาดื่มกินทุกคนจะสนใจเรื่องชาวบ้าน
“เฮ่ย! เป็นไอ้หนุ่มชุดม่วงเมื่อครู่เหมือนกำลังจะมีเรื่อง! ฟังๆแล้วท่าทางลูกสาวมันจะไปต้องตายอดฝีมือเข้า!!”
“ลูกสาว? อ้อ แม่นางน้อยอายุ 12-13 นั่นที่แท้เป็นลูกสาวมันงั้นรึ?”