ดังนั้นตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ก็มีผู้คนนับไม่ถ้วนที่ต้องตกตายเพราะน้ำมือของ 3 ลัทธิ
‘ข้ายอมรับมรดกยอดใจกระบี่จากท่านอาวุโสฟงชิงหยาง เช่นนั้นข้าต้องแบกรับนามหมอกพิรุณเอาไว้เช่นกัน…’
‘ถึงตอนที่ข้ารับสืบทอดมรดกข้าจะไม่เคยรู้เรื่อง 7ทวาราเที่ยงแท้อะไรเลย…แต่ในเมื่อข้ารับมรดกไปแล้ว ก็ถือว่าข้าได้แบกรับความรับผิดชอบในฐานะผู้สืบทอด หมอกพิรุณ’
ในเมื่อต้วนหลิงเทียนสืบทอดมรดกของฟงชิงหยางมา แน่นอนว่าย่อมต้องสืบทอดนามหมอกพิรุณมาด้วย เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่นิ่งดูดายเรื่องนี้และเพิกเฉยความรับผิดชอบในฐานะผู้สืบทอดหมอกพิรุณ
‘ตอนนี้ในเมื่อข้าเป็นผู้สืบทอดหมอกพิรุณ และเป็นผู้นำของ 7 ทวาราเที่ยงแท้…บัญชีเก่าระหว่าง 7 ทวาราเที่ยงแท้กับ 3 ลัทธิ ข้าในฐานะผู้นำต้องสะสางให้สิ้น!’
คิดถึงจุดนี้ สองตาต้วนหลิงเทียนก็เผยประกายเยียบเย็น ปานจะกลืนกินเลือดเนื้อผู้คน
ถึงแม้รังสียะเยือกจากแววตาต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้พุ่งเป้าไปที่สตรีทั้ง 3 ในห้องส่วนตัว หากแต่ทั้ง 3 ก็อดไม่ได้ที่จะหนาวสะท้านขึ้นมาเมื่อเห็นแววตาเย็นชาของต้วนหลิงเทียน
เรียกว่าในห้องส่วนตัวกลับกลายเป็นเงียบงัน ปานต่อให้เข็มร่วงตกสักเล่มยังได้ยินทันที
‘แบบนี้ก็ดี…ไหนๆข้าย้อนกลับมาภูมิภาคเบื้องบนครั้งนี้ ก็กะมาคิดบัญชีแค้นให้ท่านผู้เฒ่าหั่วอยู่แล้ว’