เมื่อกล่าวพึมพำถึงตรงนี้ ก่านหรูเยี่ยนก็ได้แต่มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตางุนงง เพราะนางไม่อาจหาเหตุผลใดๆมารองรับเรื่องนี้ได้แม้แต่น้อย
“ก็เป็นอย่างที่เจ้าเข้าใจนั่นล่ะ…”
เสียงบ่นพึมพำของก่านหรูเยี่ยนแม้จะไม่ดัง แต่ต้วนหลิงเทียนไม่เว้นเค่อเอ๋อก็ได้ยิน มีเพียงต้วนซือหลิงที่ยังวาดมือวาดไม้ฟันเล่นฉับๆราวกับจินตนาการว่าตัวเองผ่ามิติได้อยู่…
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็ค่อยกล่าวอธิบายออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน “บอกตรงๆ กระทั่งตอนนี้ข้าเองก็ยังงงๆอยู่เหมือนกัน…”
“ไม่กี่วันที่แล้วที่ไฉนหลังข้าบรรลุถึงเซียนสวรรค์ 9เปลี่ยนและสามารถชักนำหายนะทัณฑ์สวรรค์ให้ฟาดลงมาได้เลยนั้น ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะ พลังสุริยัน ทั้งสิ้น…หากไม่ใช่เพราะพลังสุริยันที่อยู่ๆก็บังเกิดความเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาด ข้าเองก็คงไม่มีทางบังเกิดสำนึกรู้ฟ้าดิน กระทั่งบรรลุขีดจำกัดของมันได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน…”
กล่าวถึงท้ายประโยคต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง…
ย้อนนึกถึงเรื่องราวในวันนั้น ต้วนหลิงเทียนเองยังรู้สึกเสมือนฝันไป
นั่นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่เหนือสามัญสำนึกเกินไป!
“พลังสุริยัน? สำนึกรู้ฟ้าดินบรรลุถึงขีดจำกัดในครึ่งวัน?”
จังหวะนี้ไม่เพียงแต่ก่านหรูเยี่ยน กระทั่งเค่อเอ๋อ และต้วนซือหลิงที่ไม่ทราบหยุดละเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็หันมามองต้วนหลิงเทียนด้วยความทึ่ง
“พลังสุริยันที่ว่า…”