เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนยังไม่ลืมมัน สองตาหวงฉี่หลิงพลันแดงรื้นขึ้นมาทันที ทั่วร่างยังสะท้านไปเพราะความตื่นเต้น
“นอกจากนี้…ยังมีเผิงไหลอีกคน”
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองกล่าวกับอวี่เหวินฮ่าวเฉิน มือผายไปทางเผิงไหลอดีตอาวุโสวังเซียนสัญจรที่แปรพักตร์มารับใช้ต้วนหลิงเทียน “เผิงไหลเป็นคนแรกที่ติดตามข้า…พวกเจ้าคงรู้ดีสินะ ว่าควรปฏิบัติอย่างไร?”
แทบจะพร้อมกันกับที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคำ อวี่เหวินฮ่าวเฉินที่จับใจความสำคัญได้ เร่งประกาศด้วยเสียงผสานพลังออกมาทันที “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เผิงไหล จักเป็นรองจ้าววังเซียนสัญจรอีกคนของวังเซียนสัญจรเรา…ในวังเซียนสัญจรไม่ว่าผู้ใดพบเห็นเผิงไหล ให้เคารพเสมือนพบเห็นข้า!!”
“หากมีผู้ใดหาญกล้าหยาบคายต่อรองจ้าววังเผิงไหล ก็อย่าได้โทษว่าข้าอวี่เหวินฮ่าวเฉินไร้ปราณี!”
ท้ายประโยคน้ำเสียงของอวี่เหวินฮ่าวเฉินยังเยียบเย็นนัก
ในฐานะ ครึ่งก้าวเซียนอมตะ ยามกล่าวเสียงเย็นแฝงเจตนาคุกคาม ย่อมพาลให้ทุกคนที่ได้ยินรู้สึกเสมือนฤดูหนาวมาเยือน อดไม่ได้ที่จะหนาวสะท้านจับไขสันหลัง!
“หากผู้ใดกล้าแตะต้องรองจ้าววังเผิงไหล ย่อมเป็นศัตรูกับวังอัคคีสีชาดของข้าเช่นกัน!!”
แทบจะพร้อมกันกับที่อวี่เหวินฮ่าวเฉินประกาศจบคำ จ้าววังอัคคีสีชาดก็กล่าวผสานพลังออกมาเสียงดุ
ด้วยมีจ้าววังอัคคีสีชาดเปิด เหล่าชนชั้นจ้าวตำหนักทั้ง 6 ก็เร่งกล่าวประกาศจุดยืนออกมาตามๆกัน