เพราะพวกมันหลายคนสัมผัสได้ชัดเจน
ว่ากลินอายพลังวิญญาณฟ้าดินโดยรอบนั้น ไม่ได้สาบสูญไปที่ไหน หากแต่กำลังจมหายไปในเสาแสงเบญจรงค์ที่ต้วนหลิงเทียนอยู่!
คนที่ตระหนักถึงเรื่องนี้ก่อนใครในที่นี้ก็คือ ประมุขเผ่าปีศาจ รวมถึงชนชั้นจ้าววังทั้ง 2 ไม่เว้นฉีหนานฟง
รองจ้าววังวิญญาณอสุรา ชิงหยวนป้า ที่แข็งแกร่งรองลงมาจากกตัวตนเหล่านี้ เพียงตระหนักได้ถึงเรื่องนี้อย่างคลุมเครือเท่านั้น…
“ดูเหมือนมันเองก็รู้ดีว่าทันทีที่เสาแสงเบญจรงค์หายไปข้าจะจัดการกับมัน!”
ประมุขเผ่าปีศาจมนุษย์แสยะยิ้มดูแคลน
คนอื่นๆเองก็คิดดุจเดียวกัน
“ถึงแม้มันจะเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้วอย่างไร สุดท้ายมันก็มิอาจหลีกหนีความตายได้พ้น!”
“ต่อหน้าท่านประมุขเผ่า ให้มันเตรียมการสัก 2-3สัปดาห์ยังไร้ประโยชน์!”
……
ชนชั้นจ้าววังรวมถึงจ้าวตำหนักที่ตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มเยาะออกมา
ซู่ม! ซู่ม!
หลังจากนั้นไม่นาน ประหนึ่งมีสายลมกรรโชกหอบใหญ่ซัดผ่าน เสาแสงเบญจรงค์ที่ประหนึ่งจะเชื่อมถึงสวรรค์ ในที่สุดก็จางหายไป…
หลังจากเสาแสงเบญจรงค์จางหาย ร่างทั้ง 2 ก็ปรากฏตัวสู่สายตาผู้ชมโดยรอบอีกครั้ง
เป็นต้วนหลิงเทียน กับจ้าววังเซียนสัญจร อวี่เหวินฮ่าวเฉิน!
“ต้วนหลิงเทียน!”
ทันทีที่เสาแสงเบญจรงค์จางหาย สายตาอันรุนแรงของอวี่เหวินฮ่าวเฉินก็มองตกลงบนร่างต้วนหลิงเทียนทันที