ลำแสงเบญจรงค์นั้นเพียงรู้จักแต่ผู้ที่ข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จเท่านั้น หากในช่วงเวลาที่มันช่วยให้ผู้ที่ข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์เพาะสร้างพลังเซียนอมตะต้นกำเนิด มีใครหาญกล้าก่อกวนวุ่นวาน…ย่อมจบไม่สวยแน่นอน!
“ขอบคุณท่านประมุขที่เมตตา!”
หลังจากห้ามเลือดจากแขนข้างที่สลายหายไปแล้ว ฉีหนานฟงไม่เพียงแต่ไม่กล้าที่จะมีโมโห มันยังโค้งคำนับประมุขเผ่าปีศาจมนุษย์ด้วยความกลัว กระทั่งสำนึกขอบคุณอีกฝ่าย
มาตอนนี้มันก็พึ่งจะนึกขึ้นได้
ว่ายามที่ผู้ใดข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จจนแสงเบญจรงค์สาดส่องลงมา ไม่มีใครสามารถเข้าไปยุ่งวุ่นวายหรือขัดขวางได้!
ไม่แม้แต่ตัวตนครึ่งก้าวเซียนอมตะ!
แล้วเมื่อครู่มันทำอะไร?
มันกล้าขอให้ประมุขเผ่าปีศาจมนุษย์เข้าไปขัดขวางการบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะของต้วนหลิงเทียน นั่นยังมิใช่จงใจขอให้ประมุขเผ่าปีศาจมนุษย์ไปตายรึไง?
ตอนนี้พอมานึกขึ้นได้ฉีหนานฟงก็หน้าเสียนัก ยังตระหนักได้ว่าเมื่อครู่มันเลอะเลือนเพียงใด ยังโง่เขลาเพียงไหน! ทำให้มันหวาดกลัวจนเหงื่อแตกพลั่ก!!
“หากข้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้ามีความจงเกลียดจงชังกับตำหนักเมฆาครามอันเป็นขุมพลังของพวกมนุษย์ แล้วเจ้ากล้ามาขอให้ข้าขัดขวางต้วนหลิงเทียนจากการบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะแบบเมื่อครู่…ป่านนี้เจ้าถูกลำแสงเบญจรงค์เผาเป็นขี้เถ้าไปแล้ว…”
ประมุขเผ่าปีศาจมนุษย์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส