ว่าพลังลี้ลับที่มีพลังอำนาจทัดเทียมกับพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดที่ต้วนหลิงเทียนครอบครองอยู่ ไม่เพียงพอจะต้านทานอัสนีทัณฑ์สวรรค์สายสุดท้าย!!
พอได้เห็นกับตา ฉีหนานฟง ก็ไม่คิดสงสัยอะไรอีก
‘ผู้เฒ่าหั่ว…ในวาระสุดท้ายของชีวิต ข้ายังสามารถต่อสู้เคียงข้างพลังสุริยันที่ท่านได้ถ่ายทอดมาให้วันนั้นมันช่างน่ายินดีนัก แต่น่าเสียดายที่ข้าคงต้องผิดต่อท่านแล้ว’
‘หากแต่ท่านเพียงรออีกไม่นาน…ข้าจะตามไปขอขมาท่านในปรภพ’
‘ข้าเพียงหวังว่ายามได้พบท่านอีกทั้ง ท่านอย่าได้ตำหนิว่าข้าไม่เอาไหน…เพราะสุดท้ายหนึ่งชีวิตนี้ของข้าก็เป็นท่านสละชีวิตที่มีค่าของท่านแลกให้มา…’
ความคิดมากมายแล่นวาบในใจต้วนหลิงเทียน ก่อนที่เขาจะหยุดคิดทั้งหมด สองตาจดจ้องไปยังอัสนีทัณฑ์สุดท้ายของหายนะสู่สวรรค์ที่ห่างออกไปไม่ไกล มือกระชับกระบี่พันอาคมเซียนไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างออกไปฉับไวปานฟ้าผ่า!
“ปีกอีกาทองคำ!”
“ปราการเต่าทมิฬ!”
“เซียนอมตะข้ามภพ!”
“ใจกระบี่เหิน!!”
ในช่วงเวลาเป็นตาย ต้วนหลิงเทียนใช้ออกด้วยทุกสิ่งที่มีออกมาอย่างไร้ซึ่งการออมรั้งอะไร เผยพลังทั้งหมดเพื่อรับมือกับอัสนีทัณฑ์สวรรค์อันน่ากลัว!
ซัว! ซัว! ซัว!
…
วู้มม! ซู่ม! ซู่ม!!
…
เมื่อร่างแยกอวตารทั้งหลายปรากฏ แล้วจี้กระบี่พันอาคมเซียนจำแลงแทงทะลวงขึ้นไปยังอัสนีทัณฑ์อันน่ากลัว ร่างจริงต้วนหลิงเทียนของต้วนหลิงเทียนก็พุ่งทะยานตามไปติดๆ!