ชายชราที่ได้ยินน้ำเสียงค่อนแคะแฝงตำหนิ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเฝื่อนๆออกมาอย่างรู้ผิด “ใต้เท้าวิญญาณกระบี่กวงหลิง…ยามนั้นตัวข้าน้อยไหนเลยจักรู้ได้ ว่าเรื่องราวมันจักกลับกลายเป็นเช่นนี้เล่า…หากรู้แต่แรก ข้า…”
“เอาล่ะ…”
ชายชรากล่าวถึงจุดนี้ ชายหนุ่มที่นั่งชมดูเรื่องราวบนโต๊ะไม้ ก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสงบให้ความรู้สึกเสมือนมีสายลมอบอุ่นฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน
“ดังคำกล่าว ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด…ข้าเองก็มิคิดตำหนิเจ้าเรื่องนี้หรอก…สุดท้ายแล้วทั้งหมดก็เพราะเจ้ากระทำไปด้วยความหวังดี”
“นอกจากนี้ นี่ก็มิจำเป็นต้องเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับเจ้าหนูเสียหน่อย…”
สายตาของชายหนุ่มที่กำลังจับจ้องไปยังร่างในชุดสีม่วงที่ฉายในม่านแสงไม่วางตานั้น เผยความลึกล้ำประการหนึ่งออกมาให้เห็น
กระทั่งยังมองจ้องราวกับโลกหล้าในสายตาของมัน คงเหลือเพียงชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดม่วงเท่านั้น
“นายท่าน…ท่านกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอะไรหรือ?”
ต่อหน้าชายชราในชุดแดงเพลิง ชายหนุ่มในชุดแดงเลือดนกกประหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่มีอำนาจสุดไพศาล หากแต่ต่อหน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโต๊ะนั้น ชายหนุ่มในชุดแดงเลือดนกกลับเผยความเคารพเทิดทูนออกมาจากใจ
“อ้อ…พวกเจ้ารอดูเองเถอะ…”
อย่างไรก็ตามหลังได้ยินคำถามของชายในชุดแดงเลือดนก ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโต๊ะไม้เพียงยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย แต่ไม่กล่าวบอกอะไรออกมา