“หากมันมิใช่มนุษย์แต่เป็นคนของเผ่าปีศาจมนุษย์เรา มิทราบจะประเสริฐถึงเพียงใด…ด้วยพรสวรรค์และศักยภาพของมัน หากเติบโตขึ้น…วันหน้าต้องเป็นดั่งผีเสื้อที่ทลายรังไหมออกมาของเผ่าปีศาจมนุษย์เรา!”
…
ในบรรดาผู้ชมเหล่านี้ ก็มีอยู่บ้างที่เสียดายกับเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนกำลังจะล้มเหลวในการข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์
“ด้วยมีจ้าววังอวี่เหวินกับจ้าววังวิญญาณอสุราฉีหนานฟงอยู่แบบนี้…ต่อให้ต้วนหลิงเทียนที่ล้มเหลวในการข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ จะใช้วิธีถอดจิตลี้ร่างเพื่อเอาชีวิตรอดจากหายนะ…มันก็ไม่มีทางหนีได้!”
“กล่าวได้ว่า…ต้วนหลิงเทียนผู้นี้ เหมือนคนที่ตายไปแล้ว!”
“เว้นเสียแต่มันจะเอาชนะหายนะทัณฑ์สวรรค์จนบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะได้สำเร็จ…มันถึงจะมีความหวังว่าจะรอดตัวไปได้ หาไม่แล้วมันได้ตายแน่!”
“ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ มันไม่มีทางข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ได้แล้วล่ะ”
…
ในขณะที่ผู้ชมกำลังสนทนาอย่างออกรส เวลาก็ค่อยๆไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน
พริบตาก็ผ่านพ้นไปเกือบครึ่งชั่วยาม
“ใกล้แล้ว!”
เมื่ออัสนีทัณฑ์สวรรค์สายที่ 72 กำลังจะฟาดผ่าลงมา สายตาของเหล่าผู้ชมโดยรอบก็จับจ้องไปยังร่างต้วนหลิงเทียนเป็นส่วนใหญ่ ราวกับพวกมันอยากจะรู้กันนัก ว่าต้วนหลิงเทียนจะรับมือหายนะทัณฑ์สวรรค์รอบนี้อย่างไร
สำหรับอวี่เหวินฮ่าวเฉินนั้น มีน้อยคนนักที่จะหันไปสนใจมัน