“อะไรนะท่าน? สำนึกรู้ฟ้าดินของมันมิได้ด้อยไปกว่าของท่านจ้าววังงั้นเหรอ!?”
เหล่าอาวุโสและเหล่าศิษย์วังเซียนสัญจรที่ได้ยิน อดไม่ได้ที่จะนิ่งเงียบไปด้วยความตื่นตระหนกก
ตอนนี้เองรองจ้าววังเซียนสัญจรอีกคน ที่เป็นบิดาของหวงฉี่หลิงพลันกล่าวเสริมออกมาว่า “ข้าเคยอ่านเจอเรื่องหนึ่งในบันทึกเก่าแก่ เห็นว่ายามใดที่สำนึกรู้ฟ้าดินบรรลุถึงขั้นจนสามารถชักนำหายนะทัณฑ์สวรรค์ลงมาได้สำเร็จ หากมีผู้ที่บรรลุถึงสำนึกรู้ฟ้าดินถึงขั้นเช่นเดียวกันอยู่ในอาณาบริเวณใกล้เคียง มันอาจ ‘ฉวยโอกาส’ ของผู้ฝึกตนคนแรก เพื่อข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ได้เช่นกัน”
“จากที่ข้าเห็น…สถานการณ์ของต้วนหลิงเทียนเองก็เป็นดั่งเรื่องที่บันทึกเอาไว้!”
กล่าวถึงท้ายประโยค รองจ้าววังที่เป็นบิดาหวงฉี่หลิงก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาซับซ้อน
มันไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยจริงๆ ว่าพลังฝีมือต้วนหลิงเทียนจะบรรลุถึงขีดขั้นนี้แล้ว
มันยังจดจำได้ดี
มิใช่ลูกชายมันกล่าวบอกไว้เมื่อ 3 ปีก่อนหรอกหรือ ว่าต้วนหลิงเทียนนั้นมิใช่คู่ต่อสู้ของจ้าววังแม้แต่น้อย ถึงขั้นที่ทำอะไรจ้าววังไม่ได้เลย?
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือท่านรองจ้าววังหวง!?”
“ข้ากลับไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน!”
…
ได้ยินคำของบิดาหวงฉี่หลิง อาวุโสเหล่าศิษย์ไม่เว้นชนชั้นรองจ้าววังที่ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
เช่นนี้ก็ได้หรือ?
พวกมันกลับไม่เคยได้ยินเรื่องราวทำนองนี้มาก่อนเลย!