อย่างไรก็ตามมันยังคงแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปเฝ้าจับตาดูต้วนหลิงเทียนเอาไว้ ดังนั้นจึงเห็นถึงฉากที่เปลวไฟสีทองลุกท่วมร่างต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะปราฏมวลเพลิงพุ่งขึ้นฟ้าจนกลายร่างเป็นวิหกเพลิงพุ่งหายไปในเมฆหายนะสู่สวรรค์ได้ชัดถนัดตา
“นั่นมันคืออะไรกันแน่?!”
อย่างไรก็ตามแม้จะสังเกตเห็นฉากเรื่องราวแต่ต้นจนจบ หากแต่ฉีหนานฟงก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่ใช่แค่มันจะเห็นฉากดังกล่าวเป็นครั้งแรก กระทั่งยังไม่เคยได้ยินจากที่ไหนกระทั่งพบเห็นในบันทึกใดๆเลย…
“แล้วนกไฟที่ก่อลักษณ์จากเปลวเพลิงสีทองนั่น ที่แท้มันเป็นตัวอะไรกัน?”
ฉีหนานฟงลองถามตัวเองดูก็ตอบได้ว่ามันเป็นคนที่มีความรู้ไม่น้อย ทว่ากับเปลวเพลิงสีทองที่สามารถก่อร่างเป็นนกไฟตัวเขื่องแบบนั้น มันไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน ทำให้มันอดไม่ได้ที่จะสับสนงุนงง กระทั่งสงสัยใคร่รู้นัก
หากมันล่วงรู้ล่ะก็…
ว่าวิหกเพลิงที่มันแลเห็นนั้น หาใช่สิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่ในระนาบโลกียะไม่ หากแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากระนาบเทวโลก บางทีมันอาจจะไม่สับสนทั้งสงสัยขนาดนี้!
“ต้วนหลิงเทียน อีกไม่กี่วันหลังจากนี้เมื่ออวี่เหวินฮ่าวเฉินสามารถข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จล่ะก็ ข้าจะรอดูวาระสุดท้ายของเจ้า!!”
หลังดึงสติกลับมาได้ มองไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง ลูกตาฉีหนานฟงก็ฉายแววเย็นชาราวมีดดาบ ประหนึ่งจะสับสะบั้นทุกสิ่งให้แหลกเป็นชิ้นๆ!