จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนถึงพลังสุริยันที่พุ่งออกจากร่างก่อนที่จะก่อตัวเป็นอีกาทองคำ 3 ขาแล้วจมหายไปในเมฆหายนะสู่สววรรค์
ต้วนหลิงเทียนตระหนักได้ชัดเจนว่าความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงของสำนึกรู้ฟ้าดินเขา ต้องเกี่ยวข้องกับพลังเซียนสุริยันขุมนั้นอย่างแยกไม่ออก!
‘สำนึกรู้ฟ้าดิน…ยังคงพัฒนาต่อไปไม่หยุดยั้ง!’
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้อีกว่า
สำนึกรู้ฟ้าดินของเขา ยังคงก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และตอนนี้มันก็ได้ทะลวงสู่อีกขอบเขตหนึ่งไปแล้ว…
ทุกคราที่สำนึกรู้ฟ้าดินทะลวงขอบเขต ทำให้เขารู้สึกว่าฟ้าดินคล้ายแปรเปลี่ยนกลับกลายไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ตอนแรกๆตัวเขายังคงรู้สึกว่าความเชื่อมโยงระหว่างเขากับฟ้าดินยังคลุมเคลือไม่แน่ชัด ทว่าบัดนี้มันก็กลายเป็นคุ้นเคยและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น…
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมันใหญ่หลวงนัก ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างหน้ากับหลังได้อย่างชัดเจน!
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังตระหนักได้ว่าสำนึกรู้ฟ้าดินของเขากำลังก้าวหน้าด้วยความเร็วสูงล้ำนั้นเอง
“นั่นมันอะไรกัน…”
เหนือขึ้นไปบนฟ้าหลังแพเมฆหายนะสู่สวรรค์ ร่างทั้ง 2 ที่ลอยล่องอยู่ตรงนี้ได้สักพัก ต่างอดไม่ได้ที่จะงุนงงเมื่อได้แลเห็นฉากเรื่องราวเบื้องหน้า…
ร่างทั้ง 2 ร่างดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครอื่น