หลังศิษย์กลุ่มหนึ่งกล่าวถึงพวกเค่อเอ๋อออกมา ก็กระตุ้นความสนใจของผู้คนรอบๆให้หันไปมองเค่อเอ๋อกับก่านหรูเยี่ยนและต้วนซือหลิงเช่นกัน
ด้วย 3 ปีที่แล้วต้วนหลิงเทียนพาคนมาด้วยทั้งสิ้น 3คน ทุกคนจึงคาดเดาได้ไม่ยากว่าสมควรเป็น สตรีทั้ง 3 ที่อยู่ตรงนี้ไม่ผิดแน่…
และที่สำคัญ สตรีทั้ง 3 ที่มาพร้อมต้วนหลิงเทียนก็สมควรเป็นมนุษย์!
“เผิงไหล เจ้าหน้ามืดตามัวแล้วหรือไร!”
เผิงไหลที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนหลิงเทียนอยู่ๆก็จำต้องสะดุ้ง เพราะมีเสียงหนึ่งส่งตรงถึงหูอย่างเกรี้ยวกราด
เสียงนี้หาได้แปลกหูสำหรับเผิงไหลแต่อย่างไร นั่นเพราะอีกฝ่ายเป็นสหายคนหนึ่งของมันในวังเซียนสัญจร และเป็นชนชั้นอาวุโสเหมือนกัน
“อย่าได้บอกข้าว่าจนป่านนี้แล้วเจ้ายังไม่รู้ว่าต้วนหลิงเทียนนั่นเป็นนายน้อยตำหนักเมฆาครามอยู่อีก! ด้วยฐานะนั่นของมัน ท่านจ้าววังไม่มีวันละเว้นชีวิตมันและปล่อยให้มันก้าวออกนอกวังเซียนสัญจรเป็นแน่!”
“หรือกระทั่งเรื่องนี้เจ้ายังไม่รู้? หากรู้แล้วไฉนยังไม่รีบออกมา?”
“หากเจ้ายังดันทุรังดื้อรั้นติดตามมันต่อไป…ไยไม่ใช่รนหาที่ตายกัน!?”
ฟังจากน้ำเสียงที่ส่งมาอันเต็มไปด้วยความร้อนใจและวิตกกังวลก็ทราบได้ ว่าอาวุโสวังเซียนสัญจรผู้นี้สมควรเป็นห่วงเผิงไหลไม่น้อย
ได้ยินเสียงมากด้วยความห่วงใยของอาวุโสวังเซียนสัญจรดังกล่าว เผิงไหล ก็รู้สึกซาบซึ้งตื้นตันในน้ำมิตร อนิจจามันไม่อาจทำอะไรได้!