‘หากสามารถต้านทานอัสนีทัณฑ์สวรรค์ทั้งเก้าเก้า 81 สายได้โดยที่ไม่ตาย ก็ถือได้ว่ารอดพ้นหายนะสู่สวรรค์สำเร็จ!ในร่างจะเริ่มก่อเกิดพลังเซียนอมตะต้นกำเนิด…และนั่นก็ถือได้ว่ามันบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะเรียบร้อย!’
‘แต่ก่อนที่มันจะบรรลุถึงขั้นนั้น ตัวมันก็ยังเป็นชนชั้นยอดฝีมือเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยนเหมือนๆกันกับฉีหนานฟง จ้าววังวิญญาณอสุรา!’
คิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็ตัดสินใจได้เด็ดขาด ความเร็วในการเหินบินทั้งหอบหิ้วทั้ง 3 เพิ่มขึ้นทันที
เผิงไหลเองก็เหินร่างตามไปติดๆ
จ้าววังวิญญาณอสุรา ฉีหนานฟง เองก็ตามมาอยู่ไม่ห่าง
ถัดจากจ้าววังวิญญาณอสุราฉีหนานฟงแล้ว ด้านหลังก็เป็นคนของ 1 วัง 6 ตำหนักที่เหลือ ติดตามมาดูเรื่องราวเช่นกัน
แน่นอนว่านอกจากนั้นก็ยังมีอาวุโสของวังเซียนสัญจรอีกด้วย!
ผู้อาวุโสวังเซียนสัญจรเหล่านี้ ได้รับคำสั่งจากรองจ้าววังอย่างอวิ๋นฟู่เหย่ เพื่อให้มาเฝ้าจับตาดูต้วนหลิงเทียนเอาไว้ ตอนนี้เมื่อต้วนหลิงเทียนออกจากคฤหาสน์แล้ว พวกมันก็จำต้องติดตามไปเฝ้าดูอย่างไม่ให้คลาดสายตา
คนกลุ่มใหญ่ที่นำโดยพวกต้วนหลิงเทียน พากันเหินร่างไปยังคฤหาสน์จ้าววังเซียนสัญจร มองไปคล้ายเหล่าแมลงที่คิดไปดมตอมบุปผา!
‘สำนึกรู้ฟ้าดินของข้ายิ่งมายิ่งเพิ่มพูนสูงขึ้น…แถมอัตราในการเพิ่มพูนยังมากขึ้นทุกขณะ!’
ยิ่งเข้าใกล้คฤหาสน์ของจ้าววังเซียนสัญจรมากเท่าไหร่ต้วนหลิงเทียนก็ยิ่งตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ชัดเจน