“เห็นว่าข่าวเรื่องนี้ก็แพร่ไปทั่ววังเซียนสัญจรตั้งนานแล้ว…ข้าไม่เข้าใจจริงๆไฉนมันยังไม่รีบหนีไปแต่แรก หรือมันคิดอยู่รอความตายกัน?”
“นั่นสิ หากมันคิดหนีออกจากวังเซียนสัญจรแต่แรกไหนเลยยังทำไม่ได้ ลองจ้าววังอวี่เหวินปิดด่านบ่มเพาะไปสักคน ในวังเซียนสัญจรยังจะมีใครสามารถขัดขวางมันได้อีก? อนิจจาตอนนี้จ้าววังวิญญาณอสุราได้มาถึง ทั้งเฝ้ารออยู่ด้านนอกคฤหาสน์มันเรียบร้อยแล้ว ตราบใดที่มันกล้าหนีออกจากวังเซียนสัญจร มันได้ตายตกทันทีแน่!”
“หนีออกจากวังเซียนสัญจรก็ตาย…อยู่รอให้จ้าววังอวี่เหวินออกจากการปิดด่านก็ตาย! เรียกว่า 4 ทิศ 8 ล้วนไร้หนทางให้มันไป!!”
……
ในบรรดาคนของ 2 วัง 6 ตำหนักยกเว้นก็แต่คนวังเวียนสัญจร ล้วนกล่าววาจาทำนองนี้
แน่นอนว่าในวังเซียนสัญจรเองก็คึกคักกันไม่น้อย
“ให้ตายเถอะ ข้าหลงคิดว่าวังเซียนสัญจรของพวกเราจะได้ยอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยนเพิ่มมาอีกคน…แต่ไม่คิดเลยว่านั่นจักเป็นมนุษย์! กระทั่งยังเป็นถึงนายน้อยตำหนักเมฆาครามนั่นเสียได้!!”
“มนุษย์ ไม่เพียงแต่จะฆ่าอาวุโสของวังเซียนสัญจรเรา…แต่ยังสามารถแฝงตัวเข้ามาอยู่ในวังเซียนสัญจรเราในฐานะสายลับ ให้ตายเถอะ!”
“อย่าได้ร้อนใจกันไป…รอให้ท่านจ้าววังออกกจากการปิดด่านบ่มเพาะก่อนเถอะ มันไม่พ้นต้องตายแน่!”