อวิ๋นฟู่เหย่นั้นในฐานะรองจ้าววังอันดับ 1 ที่ถึงแม้หากจะกล่าวกันตามจริงเรื่องนี้สมควรเป็นอดีตไปแล้วเพราะมีต้วนหลิงเทียน แต่บารมีของมันก็ไม่ได้ลดลงจากกาลก่อน ย่อมสามารถระดมชนชั้นรองจ้าววังให้มารวมตัวกันได้ในเวลาอันสั้น
และเมื่อทุกคนมารวมกันแล้ว อวิ๋นฟู่เหย่ก็ไม่กล้ารอช้าเร่งอธิบายสถานการณ์เร่งด่วนออกไปทันที
“นี่มัน…”
หลังได้ยินคำอธิบายจากกปากอวิ๋นฟู่เหย่ รองจ้าววังทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ต่างอื้ออึงไปกันพักหนึ่ง
รองจ้าววังคนใหม่ของวังเซียนสัญจรของพวกมัน เป็นคนของตำหนักเมฆาครามอันเป็นขุมพลังหลักของมนุษย์ในภูมิภาคเบื้องล่าง?
นอกจากนี้อีกฝ่ายยังมีฐานะเป็นถึง นายน้อยตำหนักเมฆาคราม!
ถึงแม้ทั้งหมดจะรู้สึกว่าเรื่องราวมันน่าเหลือเชื่อก็ตามที หากแต่ด้วยหลักฐานที่อวิ๋นฟู่เหย่ยกออกมาก็ชี้ชัดนัก! รองจ้าววังทั้งหลายไม่อาจไม่เชื่อ!
“รองจ้าววังอวิ๋น แล้วท่านจ้าววังรับทราบเรื่องนี้แล้วหรือไม่?”
รองจ้าววังคนหนึ่งกล่าวถามขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ท่านอาจารย์ยังมิทราบ”
อวิ๋นฟู่เหย่ส่ายหัว “ที่ท่านอาจารย์ปิดด่านบ่มเพาะครานี้ เพราะท่านได้พบกับ ‘โอกาส’ ท่านอาจารย์ยังมั่นใจกว่า 9 ส่วนว่าจะบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะได้…โอกาสที่หาได้ยากยิ่งแบบนี้หากเสียไป ไม่ทราบท่านอาจารย์จะพบเจอโอกาสที่สามารถบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะได้อีกครั้งเมื่อใด…”