‘ข้าหวังว่ามันจักได้ยินข่าวพวกนี้ แล้วรีบหนีออกไปให้ไกลจากวังเซียนสัญจรได้ทันเวลา…’
เหนือน่านฟ้าวังเซียนสัญจร ปรากฏร่างบางอันเย็นชาให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวหนึ่งลอยล่องอยู่กลางหาวเพียงลำพัง สองตาทอดมองไปยังที่อยู่ของต้วนหลิงเทียนไกลตา
อวิ๋นฟู่เหย่ต่อให้หลับก็ไม่อาจฝันถึง…
ว่าไม่ใช่ใครอื่นที่แพร่งพรายเรื่องราวออกไป แต่กลับเป็นศิษย์น้องเล็กของมัน หวงเหวินจิ้ง!
และวัตถุประสงค์ในการกระทำครั้งนี้ของหวงเหวินจิ้งก็มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
ให้ต้วนหลิงเทียนรู้ตัวได้ทันท่วงที สามารถหลบหนีออกจากวังเซียนสัญจร รวมถึงหลบหนีออกไปจากเมืองเหรินโม่เชิ่งแห่งนี้ได้ก่อนเกิดเรื่อง…
เพราะนางรู้ดีแก่ใจว่าหากอาจารย์ของนางออกจากการปิดด่านเมื่อไหร่ ต้วนหลิงเทียนตายแน่!
สุดท้ายนางก็ไม่อาจทนเห็นต้วนหลิงเทียนต้องตายไปต่อหน้าต่อตา
ถึงแม้ตอนนี้นางจะรู้แล้วว่าต้วนหลิงเทียนเป็น ‘มนุษย์’ ก็ตาม…
‘ที่ข้าทำให้เจ้าได้ก็มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้น…ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับโชคของเจ้าแล้ว’
หลังระบายลมหายใจออกมาอย่างสะทกสะท้อน ร่างหวงเหวินจิ้งก็พร่าเลือนไปคล้ายภูตผี ก่อนที่จะอันตรธานหายไปจากอากาศ ราวกับจะหายไปวับไปในความว่างเปล่า…
“น้องหลิงเทียน…เป็นนายน้อยของตำหนักเมฆาครามขุมพลังของพวกมนุษย์งั้นเหรอ…เรื่องนี้มันเป็นไปได้ยังไงกัน!?”