“ฮึ่ม! มิว่าตัวประหลาดเฒ่าของพวกปีศาจมนุษย์จะโผล่หัวมาหรือไม่ก็ช่าง…แต่ขอเพียงต้วนหลิงเทียนนั่นมันกล้าฆ่าคนเผ่าปีศาจมนุษย์ พวกตัวประหลาดเฒ่าเหล่านั้นมิมีวันปล่อยมันไปแน่! ถึงตอนนั้นมันก็มิอาจหลีกหนีความตายได้พ้น!!”
ผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสายฟ้าสบถกล่าวค่อนแคะ
“นั่นเป็นเรื่องธรรมดา พวกตัวประหลาดเฒ่าของเผ่าปีศาจมนุษย์ ก็มิได้อ่อนด้อยกว่าท่านผู้เฒ่าอาวุโสของเผ่าปีศาจสุกรเรา ไหนเลยยังต้องกลัวตราผนึกมารนั่น!”
ผู้นำเผ่าปีศาจสุกรพยักหน้าเห็นด้วย
“เอาล่ะ เช่นนั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือเร่งนำภาพเหมือนนี่ไปแพร่ในเมืองเหรินโม่เชิ่ง และภาวนาให้ถึงหูตาของพวกวังเซียนสัญจรโดยไว! ตราบใดที่คนของวังเซวียนสัญจรได้เห็นรูปเหมือนต้วนหลิงเทียน พวกมันย่อมจดจำได้ทันทีแน่ว่านี่คือใบหน้าของรองจ้าววังคนใหม่ของพวกมัน!!”
ผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสายฟ้ากล่าวออกด้วยสายตาทอประกายสดใสเปี่ยมล้นไปด้วยความคาดหวัง “ถึงตอนนั้น…ข้าอยากรู้นักว่าพวกมันจะแตกตื่นหน้าตั้งถึงเพียงใด หากได้รับทราบว่ารองจ้าววังคนใหม่ของพวกมันที่แท้ก็คือนายน้อยตำหนักเมฆาคราม ต้วนหลิงเทียน!!”
“อา! ช่างน่าตื่นเต้นยิ่ง!”
ผู้นำเผ่าปีศาจสุกรทมิฬกับผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสีชาดก็ทำตาลุกวาวขึ้นมาไม่ต่าง
เรื่องใดก็ตามที่เกิดขึ้นในเผ่าปีศาจสุกร ต้วนหลิงเทียนที่ปิดด่านอยู่ในวังเซียนสัญจรย่อมไม่ได้รับทราบแม้แต่น้อย
ตอนนี้เขากำลังมุ่งมั่นบ่มเพาะพลังอย่างหนัก