กระทั่งตัวต้วนหลิงเทียนเอง ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนของตำหนักเมฆาครามได้ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ถึงแม้เขาจะอยากกลับไปตำหนักเมฆาครามเพื่อผนึกกำลัง เขาก็ทำไม่ได้!
“เอาล่ะ ช่างเรื่องพวกกนั้นเถอะ…ว่าแต่ตอนนี้พวกเราจะเอาอย่างไร ในเมื่อยืนยันได้แล้วว่ายอดฝีมือมนุษย์นามต้วนหลิงเทียนนั่น ที่แท้เป็นนายน้อยตำหนักเมฆาครามทั้งยังถือครองตราผนึกมารอยู่ พวกเราจะปล่อยข่าววเรื่องนี้ออกไปดีหรือไม่?”
ผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสีชาด มองไปยังผู้นำอีก 2 คนพร้อมถามออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
2 ผู้นำพอถูกถามก็ได้แต่หันหน้ามองสบตากันพักหนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหัวไปมา “เรื่องนี้มิอาจรีบร้อน…ต้วนหลิงเทียนนั่นตั้งแต่บุกมาฆ่าเด็กน้อยทั้ง 3 ไป มันก็คล้ายจะเงียบหายเข้ากลีบเมฆไม่ปรากฏตัวออกมาอีกเลย”
“บางทีตอนนี้มันยังไม่ได้ลงมือกับปีศาจเผ่าอื่น…หากพวกเราวู่วามปล่อยข่าวของมันออกไป เกรงว่าจะเป็นการยั่วโทสะของมัน ไม่แน่มันอาจจะเอาโทสะมาลงกับเผ่าปีศาจสุกรของพวกเรา”
วาจาของผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสายฟ้าเผยให้เห็นความหวั่นกลัวไม่น้อย “และเรื่องนั้นมิใช่เรื่องดีสำหรับเผ่าปีศาจสุกรของพวกเราแน่…”
“เฮ่อ…สุดท้ายพวกเราก็วกกลับมาจุดเริ่มต้น…”
ผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสีชาดได้แต่คลี่ยิ้มขื่นขม
ปีที่แล้วแม้พวกมันยังไม่รู้ว่ายอดฝีมือลึกลับหนุ่มนั่นคือนายน้อยตำหนักเมฆาคราม ต้วนหลิงเทียน แต่พวกมันก็หวาดกลัวจนไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม