‘ก็สมควรอยู่ แต่ไม่เป็นไรหรอก…หากน้องหลิงเทียนเข้าร่วมกับวังเซียนสัญจรของเราจริง ท่านจ้าววังไหนเลยจะปฏิบัติกับน้องหลิงเทียนไม่ดี เพราะอย่างไรหากจะเทียบระหว่างน้องหลิงเทียนกับอาวุโสหลู่เวยแล้ว คุณค่าของน้องหลิงเทียนก็สูงกว่ามาก…’
หวงฉี่หลิงกล่าวปลอบตัวเองในใจ
“ท่านจ้าววัง?”
หลังเก็บกระบี่พันอาคมเซียนทั้งริบแหวนพื้นที่ของหลู่เวยเรียบร้อย ต้วนหลิงเทียนก็หันไปสนใจร่างที่คล้ายจะผุดโผล่ออกกมาจากความว่างเปล่า และพอได้ยินเสียงทักของหวงฉี่หลิง เขาก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ จ้าววังเซวียนสัญจร อวี่เหวินฮ่าวเฉิน!!
ต้วนหลิงเทียนหันมองอีกฝ่ายไปไม่ทันไร อีกฝ่ายก็วูบร่างมาหยู่เบื้องหน้าต้วนหลิงเทียนไม่ไกล
จ้าววังเซียนสัญจรผู้นี้มาในชุดคลุมสีน้ำเงิน ลักษณะเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างปานกลางแม้จะแลดูไม่มีใดน่าประทับใจเป็นพิเศษ แต่หว่างคิ้วยังคงเผยความสง่างามน่าเกรงขาม กอปรทั้งอำนาจบารมีออกมา
และตอนนี้จ้าววังเซียนสัญจรก็กำลังมองจ้องเขาตาเขม็ง ทั่วร่างเปล่งกกลิ่นอายเยียบเย็นออก
“เจ้าคือต้วนหลิงเทียนงั้นรึ?”
ในที่สุเจ้าวววังเซียนสัญจรก็กล่าวถามซ้ำคำเดิมอีกรอบ หากแต่คราวนี้บรรยากาศโดยรอบกลับเย็นลงปานอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ
“ใช่”
แม้จะเผชิญหน้ากับจ้าววังเซียนสัญจร ผู้เป็นยอดฝีมือลือชื่อคนหนึ่งของเผ่าปีศาจมนุษย์ หากแต่ต้วนหลิงเทียนยังแลดูสงบนิ่ง ตอบกลับออกไปเสียงเบาด้วยท่าทางไม่ถือตัวแต่ก็ไม่อ่อนน้อม