เมื่อเห็นหยาดน้ำไสๆที่ไหลรินรดแก้มเค่อเอ๋อ ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกเสมือนหัวใจร่วงตกลงหุบเหว เร่งกระชับร่างบางในอ้อมอกไว้แนบแน่น กล่าวออกอย่างไม่กล้ารอช้า “ไม่ต้องห่วง…จากนี้ไปพวกกเราจะไม่มีวันแยกจากกันอีก”
“อะแฮ่ม…”
ในขณะที่สองร่างกกอดกันอย่างอบอุ่นจนคล้ายลืมเลือนเวลานั้น พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
เป็นก่านหรูเยี่ยนที่ไม่ทราบออกจากห้องของนางมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้เห็นฉากหวานชื่นนี้เข้าพอดี
สุดท้ายนาก็เลือกกระแอมเตือนทั้งคู่
ทันใดนั้นเค่อเอ๋อก็เร่งผละออกจากอ้อมอกต้วนหลิงเทียนทันที ท่าทางราวกับนกหวาดเกาทัณฑ์ สีแดงระเรื่อเริ่มผุดขึ้นบนแก้มบาง
ขณะเดียวกันนางก็หันไปกล่าวทักก่านหรูเยี่ยน “พี่หญิง…”
ด้านต้วนหลิงเทียน แววตาที่ใช้มองก่านหรูเยี่ยนตอนนี้ฉายความแปลกใจเล็กน้อย
เพราะตอนนี้ความรู้สึกที่แผ่ออกจากร่างก่านหรูเยี่ยน มันต่างออกไปจากก่กอนหน้าอย่างสิ้นเชิง
เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ประการเดียวเท่านั้น…
“เจ้าทะลวงด่านพลังแล้วงั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามด้วยความประหลาดใจ
“ใช่แล้ว”
แลเห็นความประหลาดใจของต้วนหลิงเทียน ก่านหรูเยี่ยนคล้ายพึงพอใจมาก เร่งพยักหน้ากล่าวตอบ “ความเร็วในการบ่มเพาะของรากวิญญาณสีม่วงเข้มนับว่ายอดเยี่ยมจริงๆ แม้ภูมิภาคเบื้องล่างจะมีสภาพแวดล้อมย่ำแย่ขนาดนี้…แต่วัดจากความเร็วในการบ่มเพาะของข้าตอนนี้ ยังเหนือกว่าตอนอยู่ภูมิภาคเบื้องบนมาก!”