แน่นอนว่าแม้จะไม่เหมือนก่อนหน้า แต่ก็ไม่ได้เพิ่มพูนขึ้นมาจนเหลือเชื่อเกินจริง
อย่างน้อยๆต้วนหลิงเทียนก็ไม่กล้าพูดออกมาได้เต็มปากว่า หากก่อนหน้านี้ยามเผชิญหน้ากับม่านพลังป้องกัน 3 ประสานของปีศาจสุกรแฝด 3 ถ้าอาศัยร่างนักรบมังกร 9 กรงเล็บ เขาจะทำลายม่านพลังของพวกมันได้…
และที่ก่อนหน้าไฉนต้วนหลิงเทียนไม่แปลงร่างเป็นนักรบมังกร 9 กรงเล็บนั้น เพราะเขาตระหนักได้แต่แรกแล้วว่าต่อให้แปลงกายไปก็มิอาจทำลายม่านพลังป้องกันของพวกมันได้ในเวลาอันสั้นอยู่ดี
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่คิดแปลงร่างเป็นนักรบมังกร 9กรงเล็บ
แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวเขามียอดศาสตราเซียนอย่างตราผนึกมารในครอบครอง!และนั่นเป็นตัวช่วยอันประเสริฐที่สุด!!
หากเขาไม่มียอดศาสตราเซียนอย่างตราผนึกมารให้ใช้ บางทีเขาอาจจะแปลงร่างเป็นนักรบมังกร 9กรงเล็บ เพื่อทำลายม่านพลัง 3 ประสานนั่นไปแล้ว
แต่ในเมื่อมียอดศาสตราเซียนที่จัดการเรื่องราวได้เร็วไวอย่างตราผนึกมาร เช่นนั้นเขาก็คร้านจะเสียเวลาและเปลืองแรงฆ่าพวกมัน
‘ไม่สำคัญว่าอัสนีทัณฑ์สวรรค์สายถัดไปจะรุนแรงขนาดไหน…ก่อนอื่นเลยข้าต้องทานรับอัสนีลงทัณฑ์สายที่ 5 นี้เอาไว้ให้ได้ก่อน!’
หลังจากแปลงร่างเป็นนักรบมังกร 9 กรงเล็บแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆสลัดความฟุ้งซ่านในใจทิ้ง
ทันใดนั้นปีกเพลิงคู่เขื่องกลางหลังก็สะบัดโบกไปด้านหน้า
ปง! ปง! ปง! ปง!