“ใต้เท้า…หากข้าน้อยบอกใต้เท้าไป ใต้เท้าจักเมตตาละเว้นชีวิตของข้าน้อยได้หรือไม่?”
คราวนี้ปีศาจสุกรไม่รีบตอบคำของต้วนหลิงเทียน หากแต่พยายามไขว่คว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายด้วยการกล่าวถามเรื่องสำคัญออกมา
“อะไร? เจ้ากล้าตั้งแง่กับข้า?”
ต้วนหลิงเทียนมองปีศาจสุกรด้วยรอยยิ้มแสยะ “หรือเจ้าคิดว่า…ในเผ่าปีศาจสุกรมีเจ้าคนเดียวที่รู้ที่อยู่ของ 3 นักรบผู้ยิ่งใหญ่นั่น?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคำ จิตสังหารเยียบเย็นก็แผ่ไปปกคลุมร่างปีศาจสุกรทันที
เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างต้วนหลิงเทียน ปีศาจสุกรก็หน้าเปลี่ยนสีเร่งปฏิเสธออกมาอย่างร้อนรน “มิใช่! มิใช่! ใต้เท้าข้าน้อยมิได้หมายความเช่นนั้น…ข้าจะพาใต้เท้าไป ข้าจะพาใต้เท้าไปเดี๋ยวนี้!”
กล่าวจบปีศาจสุกรก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาหวาดผวาหวั่นใจ ด้วยกลัวว่าต้วนหลิงเทียนจะลงมือฆ่ามันทิ้งจริงๆ
เพราะในเผ่าปีศาจสุกกรนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็รู้สถานที่บ่มเพาะของ 3 นักรบผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น
เช่นนั้นมันย่อมไม่อาจใช้เรื่องนี้มาสร้างข้อต่อรองอะไรกับอีกฝ่ายได้
“นำไป!”
ต้วนหลิงเทียนแค่นคำเสียงเย็น
ทันใดนั้นปีศาจสุกรก็กุลีกุจอลุกขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เร่งเหินร่างนำต้วนหลิงเทียนไปยังสถานที่บ่มเพาะของ 3 นักรบผู้ยิ่งใหญ่ทันที
สถานที่บ่มเพาะของ 3 นักรบผ็ยิ่งใหญ่นั้น แยกตัวออกมาจากเขตปกครองของ 3 เผ่าย่อยอย่างสันโดษ ทำให้แถบนี้ไร้ปีศาจสุกรสัญจรผ่านไปมา