กลางหาวคงเหลือเพียงแหวนพื้นที่วงหนึ่งปลิวไปตามแรงเฉื่อย
วูบ!
พริบตาที่แหวนพื้นที่คล้ายจะร่วงตก ฉงเจี้ยก็เร่งเหินร่างออกไปคว้าแหวนพื้นที่เอาไว้ แล้วมาประเคนมอบให้ต้วนหลิงเทียนด้วยทีท่านอบน้อม “ใต้เท้า”
หลังรับแหวนมาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองปีศาจสุกรร่างกำยำหน้าเรียวที่เหลือ
“ใต้เท้า เจ้านี่เป็นสหายสนิทของเจ้านั่นมิอาจปล่อยมันเอาไว้ได้ขอรับ! หาไม่แล้วข่าวเรื่องใต้เท้ามาที่นี่ต้องแพร่กระจายออกไปยังเผ่าปีศาจสุกรในเวลาอันสั้นแน่นอน!!”
ฉงเจี้ยเร่งกล่าวบอกต้วนหลิงเทียน
หากแต่ลึกลงไปในแววตายังฉายความเจ้าเล่ห์อำมหิตไม่น้อย
ปีศาจสุกรที่เหลืออยู่ กล่าวได้ว่าเป็นอริของมันเช่นกัน!
‘หนี!!’
ด้านปีศาจสุกรร่างกำยำพอได้ยินวาจาของฉงเจี้ยมันก็ฟื้นสติทันที ยังคิดหนีไปอย่างไร้ลังเล!
ล้อกันเล่นหรือไร!?
ในเมื่อปีศาจมนุษย์เบื้องหน้าเข่นฆ่าสหายของมันได้ง่ายดายเพียงนั้น ย่อมหมายความว่าคิดฆ่ามันก็เป็นเรื่องราวที่ง่ายดายไม่ต่าง!
เพราะสุดท้ายแล้วความแข็งแกร่งของมันก็พอๆกันกับสหายที่ตายตก
เห็นสหายร่างแหลกสลายเป็นหมอกเลือดในเวลาไม่ถึงลมหายใจแบบนี้ มันย่อมหวาดกลัวและไม่คิดต่อต้าน!
ฟัฟฟฟ!
ต้วนหลิงเทียนเพียงยกนิ้วขึ้นมาจี้ชี้ไปส่งๆ
หากทว่าปีศาจสุกรที่กำลังหันร่างระเบิดพลังชั่วชีวิตหลบหนีก็สะท้านไปกลางหาว ปรากฏแสงหนึ่งพุ่งทะลวงท้ายทอยทะลุหว่างคิ้ว…เป็นดัชนีกระบี่ของต้วนหลิงเทียน!
ตาย!