ในระหว่างกระบวนการดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนก็ได้ตระหนักถึงความน่าพรั่นพรึงของพรสวรรค์รากวิญญาณสีดำ!
เมื่อเห็นด่านพลังฝึกปรือของลูกสาวตัวน้อยพุ่งกระฉูดยิ่งกว่าจรวดในโลกเก่า ต้วนหลิงเทียนก็อดลอบตื่นตระหนกในใจไม่ได้ ‘บะ…บ้าไปแล้ว! นี่มันจะไม่เหลือเชื่อไปหน่อยรึไง? ตอนเด็กข้าใช้เวลาไปตั้งกี่ปี แต่นาง…เฮ่อ..’
เมื่อต้วนซือหลิงกำลังสนุกสนานทั้งติดใจกับการบ่มเพาะฝึกฝน นางก็ไม่ได้ทำตัวติดกับต้วนหลิงเทียนแจอีกต่อไป ทำให้ต้วนหลิงเทียนมีเวลาอยู่กับเค่อเอ๋อมากขึ้น
เช้าวันหนึ่งเขาก็กล่าวกับเค่อเอ๋อที่นอนซบอกว่า “เค่อเอ๋อ ตอนนี้ซือหลิงสามารถบ่มเพาะพลังได้อย่างไร้ปัญหา…พี่คิดออกไปดูดกลืนพรสวรรค์รากวิญญาณเพื่อยกระดับพรสวรรค์รากวิญญาณให้เป็นสีดำเสียหน่อย…”
“พี่เทียน ท่านต้องไปนานแค่ไหนหรือ…”
เค่อเอ๋อกล่าวออกมาเสียงสั่นทันที ในแววตายังฉายแววสะทกสะท้อน เห็นชัดว่านางไม่อยากให้ต้วนหลิงเทียนจากไปไหน ไม่อยากห่างกายเขาอีกต่อไปแล้ว
“ไม่นานหรอกเค่อเอ๋อ…ตอนนี้รากวิญญาณพี่ มันเป็นสีม่วงเข้มเจียนดำเต็มทีแล้ว กล่าวว่าห่างจากการเปลี่ยนเป็นสีดำครึ่งก้าวก็ไม่เกินเลย”
ต้วนหลิงเทียนกระชับเค่อเอ๋อเข้ามากกอดไว้แนบแน่น ลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน กล่าวออกเสียงเบา “พี่จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด…หลังซือหลิงตื่นจากการบ่มเพาะ เจ้าก็บอกลูกด้วย”
“อื้อ”