อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้กังวลเลยว่าคนของ 2 วัง 6 ตำหนักจะเจอตัวเขา
ตราบใดที่ หวงเหวินจิ้ง ของวังเซียนสัญจรไม่พูดอะไร ย่อมไม่มีใครสงสัยเอะใจว่าเป็นเขา!
ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้คนของ 2 วัง 6 ตำหนักเจอตัวเขาจริง แต่ขอเพียงเขามีเวลาตั้งตัวแล้วจะยังไง?
‘ยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือต้องทะลวงให้ถึงเซียนสวรรค์ 7 เปลี่ยนก่อน…มีเพียงทะลวงผ่านแล้ว ข้าถึงจะมีพลังมากพอจะเข้าร่วมกับวังเซียนสัญจรแล้วหาทางยึดอำนาจพวกมันได้’
คิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็กระตือรือร้นอยากกลับไปบ่มเพาะพลังนัก
เช่นนั้นหลังจากซือหลิงกินอิ่มแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็พาทั้งหมดไปหาโรงเตี๊ยมที่พักทันที
โรงเตี๊ยมที่พักที่เขาเลือก ก็เป็นที่เดิมอันเป็นกิจการของวังอัคคีสีชาด 1 ใน 3 วัง 6 ตำหนักของเผ่าปีศาจ นับว่ามีความปลอดภัยสูงมาก
แน่นอนว่าก่อนที่จะกลับมายังเมืองเหรินโม่เชิ่ง ต้วนหลิงเทียนก็แวะเข่นฆ่าปีศาจไปมากมายหลายตัว ดูดกลืนปราณมารของพวกมันมาฉาบไว้ใต้ผิวเขากับทุกคนเรียบร้อย ป้องกันไม่ให้ฐานะถูกเปิดเผย
หากฐานะถูกเปิดเผยล่ะก็ ไม่พ้นได้เป็นศัตรูร่วมของเผ่าปีศาจมนุษย์ทั้งหมดแน่!
ด้วยความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนคนเดียวในตอนนี้ เขายังไม่อาจรับมือกับเผ่าปีศาจมนุษย์ทั้งหมดได้!
“เค่อเอ๋อ ข้าปิดด่านบ่มเพาะรอบนี้ไม่น่าจะเกินหนึ่งเดือน…ระหว่างนี้พวกเจ้าอย่าได้ออกไปไหนกันเล่า”