‘หากข้ายังอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิบูชาไฟ…ด้วยพรสวรรค์รากวิญญาณแบบนี้ พลังฝึกปรือข้าต้องก้าวหน้าเกินหน้าเกินตาผู้คนแน่…’
ก่านหรูเยี่ยนลอบกล่าวในใจ
“เอ๋ เจ้ายังยกระดับมันได้อีกหรือ? ไม่ใช่ว่าสีม่วงคือสูงสุดแล้วรึไง?!”
หลังจากที่ก่านหรูเยี่ยนพบว่ารากวิญญาณของตัวเองเป็นสีม่วงแล้ว นางก็พบว่าหลังเดินทางต่อได้ไม่นาน ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มกลืนกินพรสวรรค์รากวิญญาณปีศาจที่ตายมาเพิ่มพูนให้นางต่อ ทำให้นางตกตะลึงไม่น้อย
รากวิญญาณสีม่วงยังไม่ใช่จุดสูงสุดอีกหรือ?!
“หึ! พรสวรรค์รากวิญญาณสีม่วงยังแยกย่อยได้อีก…รากวิญญาณสีม่วงของเจ้า ตอนนี้มันก็เป็นแค่สีม่วงอ่อนเท่านั้น ยังนับว่าเป็นรากวิญญาณสีม่วงที่อ่อนด้อยที่สุดอีกด้วย”
ต้วนหลิงเทียนพ่นลมเบาๆ กล่าวตอบเสียงเฉย
หลังจากนั้นเมื่อผ่านไปอีกราวๆเดือนหนึ่ง ก่านหรูเยี่ยนก็รู้สึกเสมือนตัวเองในกาลก่อนช่างไม่ต่างอะไรจากกบน้อยก้นบ่อน้ำนัก!
และเมื่อพรสวรรค์รากวิญญาณของนางกลายเป็นสีม่วงเข้มนางก็ตระหนักได้ว่า…
ความเร็วในการบ่มเพาะของนางตอนนี้ หากจะเทียบกับตอนที่รากวิญญาณของนางกลายเป็นสีม่วงใหม่ๆ มันมากกว่ากันถึง 10 เท่า!!
เรื่องนี้จะให้พูดอย่างไร?
‘ไม่แปลก…ไม่น่าแปลกใจเลย! ว่าไฉนความเร็วในการก้าวหน้าของมันถึงได้ท้าทายสวรรค์ซะขนาดนั้น!!’
จังหวะนี้ก่านหรูเยี่ยนพลันตระหนักได้แล้วว่าไฉนความเร็วในการบ่มเพาะของต้วนหลิงเทียนถึงได้น่ากลัวนัก!