ในขณะที่อาวุโสวังเซียนสัญจรตัดสินใจหลบหนีนั้น ก็พอดีกับที่เวลาได้ผ่านพ้นไป 20 ลมหายใจแล้ว และปฐมเวทย์กลืนกินของต้วนหลิงเทียน หลังใช้ออกเพื่อสูบกลืนพลังวิญญาณฟ้าดินหลายจุด ในที่สุดก็ยกกระดับพลังเซียนสุริยันต้นกำเนิดในกายให้มีพลังอานุภาพทัดเทียมกับเซียนสวรรค์ 9เปลี่ยนเสียที!!
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเซียนสุริยันต้นกำเนิดมหาศาลที่ราวกับกำลังเดือดพล่านในกาย ในใจต้วนหลิงเทียนพลันบังเกิดความรู้สึกเสมือนใต้หล้าอยู่ในกำมือ!
“คิดหนีงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าอาวุโสวังเซียนสัญจรวกร่างหลบหนีไป จนกลายเป็นจุดดำเล็กๆที่เส้นขอบฟ้า สองตาต้วนหลิงเทียนพลันหรี่ลงเผยประกายเยียบเย็น มุมปากยกยิ้มแสยะออกมาด้ววยความรังเกียจ
ฉากเรื่องราวนี้ช่างคุ้นตานัก…
ก่อนหน้าไม่ใช่ว่าตอนต้วนหลิงเทียนหอบหิ้วลูกสาวกับภรรยาและพี่ภรรยาหลบหนีออกมาจากบริเวณหน้าประตูเมืองเหรินโม่เชิ่ง ไม่ใช่อาวุโสวังเซียนสัญจรนั่นก็ชักสีหน้าท่าทีเช่นนี้หรอกหรือ?
แทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่ยิ้มหยันฉีกแสยะขึ้น
“ปีกอีกาทองคำ!”
เป็นต้วนหลิงเทียนใช้ออกด้วยเวทย์พลังเสริมเคลื่อนไหวอีกรอบ หากแต่พลังที่ปะทุออกมากลางหลังครานี้ มหาศาลสุดที่ก่อนหน้าจะทัดทานเทียบได้! ความเร็วย่อมไม่ใช่อะไรที่อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไป!!