ไม่นานนัก สุดขอบฟ้าก็ปรากฏเสียงแหวกสายลมรุนแรงดังขึ้น ดึงความสนใจของคนวังวิญญาณอสุราและตำหนักขจีจรัสไปทันที
พร้อมๆกันกับที่เสียงระเบิดของอากาศดังขึ้นแต่ไกล ก็ปรากฏร่างกลุ่มคนเหินมาจากทิศทางที่ตั้งเมืองเหรินโม่เชิ่งเช่นกัน
คนกลุ่มนี้มาในชุดสีแดงเพลิงทั้งหมด ทำให้ยามชุดเสื้อผ้าของพวกมันสะบัดโบกตามแรงลม มองไกลๆช่างละม้ายคล้ายเปลวเพลิงกำลังลุกโหมกระพือไม่น้อย…
“พวกนี้น่าจะมาจากวังอัคคีสีชาด”
ไม่นานเสียงสนทนาที่ส่งไปให้เจียงเจิ้นจากเหลยลั่ว ก็เฉลยความเป็นมาของพวกมัน
วังอัคคีสีชาด ก็เป็น 1 ใน ขุมพลัง 3 วัง 6 ตำหนักของเผ่าปีศาจมนุษย์
วังอัคคีสีชาดนำมาโดยชายวัยกลางคนในชุดแดงเพลิง
ชายวัยกลางคนในชุดแดงเพลิงคนนี้ก็มีรูปร่างสูงใหญ่เช่นกัน ถึงแม้จะไม่ได้ใหญ่โตบึกบึนเท่าคนของวังวิญญาณอสุรา แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่น้อย
และตอนนี้สีหน้าท่าทีของชายวัยกลางคนที่นำมาก็ไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม พอมันได้เห็นว่ามีคนของวังวิญญาณอสุราและตำหนักขจีจรัสลอยร่างรออยู่ก่อน สีหน้ามันก็ผ่อนลงเล็กน้อย เป็นฝ่ายริเริ่มกล่าวคำทักผู้นำของทั้ง 2 กลุ่มออกมา “รองจ้าววังชิง รองจ้าวตำหนักกงซุน”
“รองจ้าววังหวู่”
เมื่อชายวัยกลางคนเป็นฝ่ายเอ่ยทักออกมาก่อนแบบนี้ รองจ้าววังวิญญาณอสุรา ชิงหยวนป้า กับรองจ้าวตำหนักขจีจรัส กงซุนจิน ก็ผ่อนสีหน้าตึงเครียดลง และหันไปทักทายอีกฝ่ายกลับทันที