และเมื่อเบื่อจะทดสอบอาคม อาศัยพลังเซียนสุริยันต้นกำเนิดแค่เล็กน้อยใช้ออกด้วยเวทย์พลังป้องกันอย่างปราการเต่าทมิฬ หอกพลังทั้งหลายก็ถูกสกัดเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตาม ยิ่งต้วนหลิงเทียนล่วงลึกเข้ามาในช่องทางนี้มากเท่าไหร่ ข่ายอาคมสังหารยิ่งมาก็ยิ่งทรงพลังร้ายกาจมากขึ้นเรื่อยๆ เสมือนด่านในเกมที่จะยากขึ้นเรื่อยๆ!
ตอนแรกก็สบายๆ จัดการรับมือได้อย่างง่ายดาย
แต่หลังจากเข้ามาลึกขึ้น ต้วนหลิงเทียนก็จำต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไม่น้อย สุดท้ายกระทั่งต้องเค้นพลังหลายส่วนเพื่อต้านทานหอกพลังสังหารเล่มเดียว…
จนเมื่อเห็นแสงสว่างจากพลังอาคมอยู่เบื้องหน้า ที่สมควรเป็นด่านทดสอบสุดท้ายก่อนถึงจุดหมายปลายทาง ต้วนหลิงเทียนจำต้องหยุดร่างลง
‘ข่ายอาคมสังหารของด่านก่อนหน้าทำข้าแทบตายแล้วจริงๆ กระทั่งยังเกือบจะไม่ผ่านมาอย่างปลอดภัยเอา…’
‘ด่านนี้สมควรยากกว่าเดิมแน่…’
หยุดมองพื้นที่อันผันผวนไปด้วยพลังอาคมเบื้องหน้า ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด
เพราะสุดท้ายแล้วทุกที่ทางที่เขาผ่านมานั้นเต็มไปด้วยข่ายอาคมสังหารอันน่ากลัวทั้งสิ้น ระดับพลังก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ สัญชาตญาณเขาร้องบอกชัดเจน ว่าหนทางเบื้องหน้าอันตรายถึงตาย! หากไม่อาจรับมือข่ายอาคมสังหารชุดนี้ได้ เขาไม่รอดแน่!
เช่นนั้นเขาจึงต้องระวังให้มาก
ก่อนที่เขาจะมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาไม่คิดที่จะบุกเข้าสู่ข่ายอาคมสุ่มสี่สุ่มห้า