ได้เห็นฉากพ่อลูกเข้ากันได้ดี ยิ้มแย้มสดร่าเริงแบบนี้ รอยยิ้มยินดีอย่างถึงที่สุดก็คลี่กางบนใบหน้างามหมดจดของเค่อเอ๋อ
ตอนนี้นางรู้สึกเสมือนตัวเองเป็นสตรีที่โชคดีที่สุดในโลก
สำหรับก่านหรูเยี่ยนนั้น สายตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนยิ่งมาก็ยิ่งฉายความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ทราบว่านางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่…
“ซือหลิง แม่กับป้าของเจ้าคงเหน็ดเหนื่อยกับการเดินซื้อของแล้ว…พวกเราไปพักหาอะไรกินกันก่อนดีหรือไม่?”
หลังเดินไปได้สักกพัก เมื่อสังเกตเห็นอาคารปลูกสร้างใหญโตหลังหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็ก้มมองเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนพลางถามเชิงชี้นำออกมา
“ได้ๆ ซือหลิงก็หิวแล้วเหมือนกันท่านพ่อ”
ต้วนซือหลิงพยักหน้าเห็นด้วยเร็วรี่ราวลูกเจี๊ยบตัวน้อยจิกข้าว
ต้วนหลิงเทียนจงใจเลือกสถานที่แห่งนี้เพราะหลังจากสังเกตมาสักพัก ก็พบว่าที่นี่เป็นเหลาอาหารที่คึกคักและใหญ่โตที่สุดที่เขาพบเจอ ที่สำคัญเหลาแห่งนี้ยังตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเหรินโม่เชิ่งอีกด้วย เมื่อสอบถามโต๊ะว่างจากบริกรรับรองที่คอยให้บริการหน้าเหลา ต้วนหลิงเทียนก็พาทุกคนเดินขึ้นไปชั้นบนของเหลาอาหารทันที
สาเหตุที่เขาพยายามมองหาเหลาอาหารที่ใหญ่โตแบบนี้ เพราะสถานที่แห่งนี้สมควรคึกคักมากผู้คนที่สุด ยามคนเราผ่อนคลายเรื่องราวทั้งหลายก็มักหลุดออกจากปาก แน่นอนว่าปีศาจก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ไม่นานสำรับอาหารก็ถูกยกมาจัดวาง ซือหลิงก็ลองกินนู่นนี่นั่นอย่างชอบใจ