กอปรด้วยเห็นว่าผู้พิทักษ์ทั้ง 4 กลับมาแล้ว มันก็พอได้โล่งใจลง และตระหนักได้ว่า 9 ใน 10 ยอดฝีมือผู้นั้นสมควรจากไปแล้วจริงๆ…
“ไม่มีอะไรหรอก…”
ถังซวนส่ายหน้าไปมา เมื่อถูกผู้พิทักษ์ทั้ง 4 มองถาม
ไม่ใช่ว่ามันคิดจะปกปิด เพียงแต่มันไม่รู้ว่าจะเล่าอย่างไรดี..
เพราะสุดท้ายแล้วหากไม่ได้มาเห็นกับตา คงไม่มีใครเชื่อได้ลงคอว่าในระนาบโลกียะแห่งนี้จะมีตัวตนที่ทรงพลังถึงขนาดนั้นดำรงอยู่
“ว่าแต่…พวกเจ้าพึ่งกลับมาหรือ?”
ครู่ต่อมาถังซวนก็พบว่าสารูปของผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ค่อนข้างอิดโรยอยู่บ้าง ราวกับพึ่งกลับมาจากการเดินทางไกล
“ค่ะ ท่านจ้าว”
ผู้พิทักษ์หงอวิ๋นกล่าวตอบออกมาก่อนใคร ต่อมาก็เริ่มเล่าเรื่องราวด้วยรอยยิ้มขื่นขม “พวกเรามัวแต่ไปตามหายอดศาสตราเซียนอย่างพลองธัมมะกันอยู่ จึงกลับมาช้า…”
“หืม? ยอดศาสตราเซียน พลองธัมมะ รึ?”
ลูกตาถังซวนทอประกายจ้าขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินหงอวิ๋นกล่าวถึงพลองธัมมะ “แล้วนี่พวกเจ้าไปได้ข่าวของพลองธัมมะมาจากที่ใด?”
“ไม่ใช่ข่าวจากที่ใดหรอกท่านจ้าว…แต่พลองธัมมะนั่นมันอยู่ในมือเหาฉ่วง”
หลังจากนั้นเหล่าผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ก็เริ่มผลัดกันพูด ค่อยๆเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ถังซวนฟัง
ในบรรดาเรื่องเล่านั้นแน่นอนว่าย่อมมีเรื่องเหาฉ่วง ที่ปรากฏตัวในฐานะผู้ช่วยของลัทธิอารามทมิฬ
นอกจากนั้นยังรวมไปถึงกระบวนท่าไม้ตายของต้วนหลิงเทียน ที่สามารถสยบเหาฉ่วงได้ในกระบี่เดียว…