“ใช่แล้วผู้พิทักษ์หลิงเทียน ถึงตอนนั้นจริงกระทั่งตัวท่านยังต้องตกอยู่ในอันตรายด้วย”
…
ได้ยินคำกลาวห้ามจาก 4 ผู้พิทักษ์ที่เร่งกันกล่าวออกมาอย่างร้อนใจ ต้วนหลิงเทียนแทบกลั้นหัวเราะไม่ไหว ขณะเดียวกันยังลอบชมเชยการแสดงของตัวเองไม่ได้
‘เดี๋ยวนี้ทักษะการแสดงของข้านับว่าไม่เบาแล้วจริงๆ…หากไปอยู่บนโลกเก่าไม่รู้พอมีหวังคว้ารางวัลตุ๊กตาทองคำอะไรนั่นได้รึยัง’
หลังลอบคิดอย่างสนุกสนานในใจพักหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองพวกลัทธิอารามทมิฬด้วยสายตาเยียบเย็น กล่าวออกด้วยน้ำเสียงชวนให้หนาวเหน็บว่า “วันนี้ข้าไม่ฆ่าพวกเจ้าก็ได้…แต่พวกเจ้าต้องชดใช้ในการกระทำครั้งนี้!”
“ข้าก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย…ให้จ้าวลัทธิอารามทมิฬทิ้งแขนไว้สักข้างเถอะ! จากนั้นพวกเจ้าจะไปไหนก็ไป!!”
เสียงกล่าวของต้วนหลิงเทียนยิ่งมายิ่งเยียบเย็นนัก ชวนให้ผู้ฟังเสมือนตกอยู่ท่ามกลางฤดูหนาว
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน สีหน้าจ้าวลัทธิอารามทมิฬก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
ฉัวะ!!
อย่างไรก็ตามมันคือจ้าวลัทธิอารามทมิฬ เพื่อเห็นแก่ภาพรวมมันไม่ลังเลใดๆ เอื้อมมือขวาไปกระชากแขนซ้ายออก ก่อนจะใช้พลังป่นทำลายแขนซ้ายทิ้ง!
ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่มีโอกาสต่อแขนซ้ายได้อีกต่อไป!
“จ้าวลัทธิ!”
พญามังกรเสื้อม่วงกับจ้าวพยัคฆ์ขาวหน้าเปลี่ยนสีไปทันที
อย่างไรก็ตามแม้พวกมันจะทั้งมีโมโหทั้งรู้สึกอัปยศนัก แต่พวกมันก็ไร้ซึ่งความกล้าจะหืออืออะไรต่อหน้าต้วนหลิงเทียน