ตอนนี้เมื่อร่างกายของมันถูกฆ่าไปแล้วแบบนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่วิญญาณของมันจะหวนกลับมาอาศัยอยู่ในร่างเดิมได้อีก มันทำได้แค่ปล้นร่างกายของผู้อื่น หรือไม่ก็สร้างร่างกายตัวเองขึ้นมาใหม่เท่านั้น
และแทนที่จะไปปล้นร่างกายของผู้อื่น เป็นการดีเสียกว่าที่จะสร้างร่างกายของตัวเองขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นไปได้ที่มันจหวนกลับมามีพลังฝึกปรือดังเดิม!
แน่นอนว่าเพียงพูดอาจจะง่าย แต่คิดกระทำจริงต้องใช้เวลานานนัก!
กล่าวสรุปได้ว่า การตอบรับคำเชิญให้มาช่วยเหลือของลัทธิอารามทมิฬครั้งนี้ เหาฉ่วง เสมือนขโมยไก่ไม่สำเร็จ ยังต้องเสียข้าวสารไปอีกกำมือ!
เรื่องนี้คงเป็นอะไรที่มันเองก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อน
‘ตอนนี้ไม่พ้นเหาฉ่วงนั่นต้องแค้นลัทธิอารามทมิฬมากแน่ ที่มาจ้างวานให้มันลงมือแบบนี้…หากมันไม่มา มันคงไม่ต้องลงเอยอนาถแบบนั้น!’
ต้วนหลิงเทียนพอจะเข้าใจความรู้สึกเมื่อครู่ของเหาฉ่วง
หากเหาฉ่วงรู้แต่แรกว่าเขามีพลังระดับนี้ ให้ลัทธิอารามทมิฬมอบผลตอบแทนมากกว่านี้อีก 10 เท่ามันก็คงไม่เอาแน่นอน
‘แต่จะว่าไปก็ไม่คิดเลย…ว่าการใช้กระบี่เซียนสวรรค์ด้วยการจ่ายพลังเซียนสุริยันทั้งหมดหลังยกระดับด้วยปฐมเวทย์กลืนกินแล้ว ตัวกระบี่จะมีพลังทำลายขนาดนี้…’
นึกถึงฉากที่กระบี่นิลสวรรค์ทำลายพลังสภาวะของพลองธัมมะที่อัดแน่นไปด้วยพลังชั่วชีวิตของเหาฉ่วงได้ราบคาบ ต้วนหลิงเทียนยังอดไม่ได้ที่จะตกใจ