พลังทำลายล้างที่เพิ่มพูนขึ้นมา ยังทำให้พื้นดินเบื้องล่างไกลห่างถึงกับเริ่มแตกร้าว!
ยิ่งความว่างเปล่ารอบกายเหาฉ่วงยามนี้ แทบจะถูกพลังทำลายดังกล่าวของมันผนึกแข็ง สายลมยังคล้ายจะหยุดพัด
พลังมหาศาลจากร่างใหญ่ของเหาฉ่วงบัดนี้ ได้ถ่ายทอดลงสู่พลองธัมมะหมดสิ้น ยามฟาดออกไปมันก็ทุบทำลายอากาศดังระเบิดสนั่นไปเป็นทาง!
“ต้วนหลิงเทียน รับพลองข้าดู!!”
เหาฉ่วงที่เปลี่ยนร่างไปคล้ายคิงคองตะคอกเสียงดัง สภาวะร่างยังโถมเข้ามาทั้งตัว!
ร่างเขื่องโถมพลองทุบฟาดทำลายมาเช่นนี้ ให้กล่าวว่าอานุภาพขู่ขวัญปานเขาถล่มยังไม่เกินเลย! คลื่นพลังน่าพรั่นพรึงยังปะทุกำจายออกไปในความว่างระลอกแล้วระลอกเล่า!!
ประหนึ่งหินก้อนใหญ่ตกร่วงหล่นสระสงบ ก่อเกิดพันระลอก
เรียกว่าเหาฉ่วงที่ขยายร่างใหญ่โตปานคิงคอง ยามทุบฟาดพลองธัมมะเข้ามานี้ คนคล้ายกลายเป็นเทพเจ้าแห่งการทำลายล้าง หมายบดขยี้มนุษย์ตัวกระจ้อยร่างม่วงที่อยู่เบื้องหน้าให้ย่อยยับ…
ร่างม่วงที่ว่าแน่นอนว่าย่อมเป็นต้วนหลิงเทียน!
ซู่มมมมม!!
ครืนนน!!
…
พลองที่เหาฉ่วงทุบฟาดออกมา ไม่เพียงแต่อัดแน่นไว้ด้วยเวทย์พลังจู่โจมอันทรงพลังหนึ่ง แต่ยังมีคลื่นพลังลี้ลับอีกขุมจากวรยุทธ์เซียนที่มันฝึกปรือ แม้มองแล้วตัวพลองคล้ายเพียงเปล่งแสงแผ่ระลอกพลังออกมา แต่คลื่นพลังที่ว่านี้คือพลังชั่วชีวิตของเหาฉ่วงแล้ว!!