ในห้วงเวลาชั่วพริบตาที่ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกไปนี้ ร่างต้วนหลิงเทียนที่เหินลอยอยู่ในอากาศถึงกับเซไปวูบหนึ่ง คล้ายพลังทั่วร่างเหือดหาย พอพลังเซียนสุริยันต้นกำเนิดห้วงใหม่ปรากฏขึ้นแผ่วเบาจึงค่อยรั้งร่างให้หยุดนิ่งลงได้
อย่างไรก็ตามสีหน้าของเขายังคงซีดลงไม่น้อย
แต่ทว่าจังหวะนี้ไม่มีใครมัวมาสนใจสีหน้าของต้วนหลิงเทียน
เพราะสายตาของคนส่วนใหญ่นั้นเพียงจับจ้องไปยังพลองธัมมะที่ฟาดไปดั่งเส้นสายอัสนีในมือเหาฉ่วง
และพวกมันก็ทำได้แค่นี้…
นั่นเพราะพวกมันไม่อาจมองเห็นร่องรอยกระบี่ ที่เปี่ยมล้นไปดว้ยรัศมีพลังไม่ธรรมดาของต้วนหลิงเทียนได้เลย กระบี่เล่มนั้นประหนึ่งจะสาบสูญไปในอากาศว่างเปล่าก็ไม่ปาน คงเหลือเพียงเสียงกระบี่หอนดั่งขึ้นแผ่วเบาในหูเท่านั้น!
“เร็วนัก!”
ฉากเรื่องราววความเปลี่ยนแปลงเบื้องหน้า ทำให้เซียนสวรรค์ 8 เปลี่ยนไม่กี่คนอย่างผู้พิทักษ์สื่อเฟิงของลัทธิบูชาไฟ กับพญามังกรเสื้อม่วงและจ้าวพยัคฆ์ขาวของลัทธิอารามทมิฬถึงกับหน้าเปลี่ยนสี พวกมันอดตื่นตระหนกกับประกายแสงหนึ่งที่เรืองวาบขึ้นมาไม่ได้! กระบี่นั่นไวจนพวกกมันมองเห็นแต่ประกายแสง!!
และถึงแม้พวกมันแทบจะจับร่องรอยกระบี่นี้ไม่ได้ แต่พวกมันก็ไม่ทันมีเวลาให้ประหลาดใจอะไร
นั่นเพราะทุกเรื่องราวมันอุบัติขึ้นรวดเร็วเกินไป และสั้นเกินไป ดุจดั่งละอองไฟวาบดับเท่านั้น!
“เป็นไปได้ยังไง!?”