ในวินาทีที่พลองธัมมะถูกซัดกระเด็นหลุดมือจนง่ามมือฉีกแขนสะบัด เหาฉ่วงก็เสมือนมีน้ำเย็นราดรดศรีษะให้สติถูกปลุกขึ้นมาสมบูรณ์
“แย่แล้ว!”
เมื่อเห็นประกายกระบี่ยังพุ่งมาไม่หยุดยั้ง แถมยังเล็งจึ้มาที่หว่างคิ้วด้วยสภาวะอำมหิต ราวกับหากไม่ฆ่ามันให้ตายไม่ยอมเลิกรา สีหน้าเหาฉ่วงก็แปรเปลี่ยนไปมหันต์ ได้แต่ร่ำร้องออกมาเสียงหลงอย่างไม่รู้ตัว…
และช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่กระบี่นิลสวรรค์ จะเจาะชำแรกหว่างคิ้วเหาฉ่วงนั้น…
ซู่ววว!
พลันปรากกฏร่างเงาหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากร่างใหญ่โตของเหาฉ่วง! หากมองให้ชัดเป็นร่างเหาฉ่วงที่ผอมบางเหมือนตอนแรกสุด!!
ทว่าร่างผอมบางก่อนหน้าของเหาฉ่วงนี้ มองไปคล้ายจะโปร่งแสงพิกล เมื่อปรากฏออกมาแล้วก็ไม่รอช้าอะไร มันกลายเป็นเส้นแสงพุ่งวาบตัดฟ้าไปด้วยความเร็วสูง ยังมิวายทิ้งวาจาไว้ก่อนจะหายลับไป…
“ลัทธิอารามทมิฬ! ลัทธิบูชาไฟ! แค้นนี้ข้า เหาฉ่วง จะจดจำไว้ไม่มีวันลืม! ฝากพวกเจ้าไว้ก่อนเถอะ!!”
สิ้นเสียงคำตะโกนด้วยโทสะ ร่างบางทั้งคล้ายโปร่งแสงของเหาฉ่วงก็หายลับตาผู้คนไปแล้ว
สึบบบ!!
และนั่นเป็นเวลาเดียวกันกับที่กระบี่นิลสวรรค์ของต้วนหลิงเทียนเจาะทะลวงหว่างคิ้วเหาฉ่วง โลหิตสาดกระเซ็นออกมาเป็นปรกายกลางหาว
“ถอดจิตลี้ร่าง?”
ถึงแม้กระบี่นิลสวรรค์คล้ายจะฆ่าเหาฉ่วงได้