ต่างจากคนของลัทธิอารามทมิฬที่คึกคักอักโข ด้านลัทธิบูชาไฟนั้นบรรยากาศเปลี่ยนเป็นอึมครึมตึงเครียด พวกมันไม่มีใครเห็นดีในสถานการณ์เลย
“ผู้พิทักษ์สื่อเฟิง พวกเราจะทำอย่างไรกันดี…ข้าไม่คิดว่าผู้พิทักษ์หลิงเทียนจะรับมือเหาฉ่วงนั่นได้ พวกเราสมควรลงมือช่วยเหลือหรือไม่?”
ผู้พิทักษ์เหลิ่งอิงมองไปยังผู้พิทักษ์สื่อเฟิง กล่าวถามออกมาเสียงเครียด
ถึงแม้มันจะเคยมีเรื่องให้ไม่พอใจต้วนหลิงเทียนมาก่อน ทว่านั่นเป็นเรื่องราวความขัดแย้งภายใน
ตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับศึกจากภายนอก มันย่อมไม่คิดเพิกเฉยความปลอดภัยของต้วนหลิงเทียนเพราะความขัดแย้งส่วนตัว ยังเลือกจะยืนหยัดข้างต้วนหลิงเทียน
และนี่เป็นเหตุผลที่ไฉนมันถึงยืนหยัดข้างต้วนหลิงเทียน ทั้งคอยกล่าวช่วยตั้งแต่แรก
“ข้าเองก็อยากช่วยไม่ต่างกัน…แต่เจ้าคิดว่าพวกเรายังมีโอกาสช่วยได้หรือ? ข้ามั่นใจว่าตราบใดที่พวกเราลงมือ มหาธรรมราชาทั้ง 2 รวมถึงจ้าวลัทธิอารามทมิฬนั่น…ไม่พ้นต้องลงมือกับพวกเราทันทีแน่!”
ผู้พิทักษ์สื่อเฟิงได้แต่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มขื่นขม ขณะเดียวกันก็หันไปเหลือบมองพญามังกรเสื้อม่วงกับจ้าวพยัคฆ์ขาว
มันไม่ใช่คู่มือใครแม้แต่คนเดียวในบรรดา 2 คนนั่น…!
ตอนนี้เมื่อผู้พิทักษ์หลิงเทียนถูกเหาฉ่วงรั้งตัวไว้ ตราบใดที่มหาธรรมราชาทั้ง 2 ลงมือเคลื่อนไหวล่ะก็ พวกมัน 4 ผู้พิทักษ์แย่แน่!